Table of Contents
“ความรักเข้มแข็งกว่าความตาย” เป็นนิยามที่เราได้ยินเสมอเพื่อนำมาปลอบประโลมเมื่อความรักจากไป ไม่ว่าด้วยการเลิกลา หรือความตาย บทความนี้ รีวิวหนัง Undine ที่พูดถึงความรัก และการพลัดพรากได้อย่างโรแมนติก แน่นอนเราทุกคนในโลกนี้คงได้ประสบพบเจอกับความรัก และเมื่อมีรักย่อมมีวันเลิกลาเป็นธรรมดาสามัญ ในมุมมองของการเลิกลา บางคนอาจจะพบเจอไม่กี่ครั้งในชีวิต บางคนอาจจะหลายครั้ง แต่ทุกครั้ง เราพบว่าไม่มีครั้งไหนที่ไม่เจ็บปวด ทว่าความเจ็บปวดนั้นจะบรรเทาลงได้อย่างไร
การไร้รักนั้นเป็นเหมือนโรคของยุคสมัย มันก่อให้เกิดความเหงา ความโดดเดี่ยว ใครหลายคนจึงยึดเหนี่ยวความรักเอาไว้เป็นทางเดินของชีวิต บางครั้งถ้าขาดความรัก พวกเขาอาจอยู่ไม่ได้ ในระยะยาวอาจนำไปสู่การแยกตัวเองออกมาจากสังคม การไขว่คว้าหาความรักอาจจะดูเหมือนเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อเราเป็นหน่วยหนึ่งในสังคมโลก เรื่องส่วนตัวในบางครั้งก็ก่อให้เกิดผลกระทบ ไม่เฉพาะตัวเราเอง แต่กับผู้อื่น อย่างน้อยคนที่เรารู้จัก
ภาพยนตร์เรื่อง Undine เป็นหนังโศกนาฏกรรม แฟนตาซี โรแมนติก สัญชาติเยอรมัน-ฝรั่งเศส สร้างขึ้นปี ค.ศ. 2020 กำกับโดย Christian Petzold ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินครั้งที่ 70
1 ตำนาน Undine จากธาตุบริสุทธิ์สู่ดวงวิญญาณที่มีความรู้สึก
หนังเริ่มต้นเล่าเรื่องผ่านมุมมอง อุนดิเนอ วีโบ (Paula Beer) เจ้าหน้าที่ผู้บรรยายประวัติศาสตร์ผ่านผังเมืองประจำสภาเมืองเบอร์ลิน เธอนัดพบโยฮันเนสที่มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับชายที่มีภรรยาแล้ว วันนั้นเขากำลังบอกเลิกกับเธอ เธอขอให้เขาอยู่ต่อสักชั่วโมงเพื่อไปทำงานแล้วจะกลับมาปรับความเข้าใจ โดยบอกโยฮันเนสว่าถ้าเขาเลิกกับเธอ เธอจะฆ่าเขา ซึ่งเรื่องนี้อิงกับตำนาน Undine ชื่อเดียวกับนางเองนั่นเอง
Undine มาจากความเชื่อทางไสยศาสตร์และปรัชญาธรรมชาติ คือ Elemental (ธาตุบริสุทธิ์) ประจำธาตุน้ำ มีลักษณะคล้ายมนุษย์เพศหญิงที่สวยงามมาก บ้านเราคงเทียบได้กับตำนาน “นางไม้” หรือ “พรายน้ำ” Undine อาศัยอยู่ตามน้ำตก ป่า หรือแม่น้ำ แต่มีจุดที่แตกต่างจากมนุษย์อยู่หนึ่งอย่างคือ Undine ไม่มีวิญญาณ ถ้าจะมีวิญญาณได้ต้องแต่งงานกับมนุษย์ ตำนานส่วนใหญ่มักเล่าถึง Undine ที่ยอมละทิ้งโลกใต้น้ำมาเพื่อตามหาความรัก เธอได้พบกับอัศวินหนุ่มและแต่งงานกัน จนในที่สุดก็ได้รับ “ดวงวิญญาณ” มาครอบครอง แต่สิ่งที่ตามมาด้วยคือความรู้สึกแบบมนุษย์ มีทั้งความเจ็บปวด ความหึงหวง และความเศร้า
ในตำนานระบุว่า หากสามีของ Undine นอกใจหรือดุด่า เธอจะต้องกลับคืนสู่ท้องน้ำทันที (ถูกพรากจากคนรัก) หากสามีทรยศต่อความรัก เธอมีหน้าที่ต้อง “สังหาร” เขาด้วยจุมพิตที่ทำให้อันตรธาน (เพื่อรักษาเกียรติของจิตวิญญาณน้ำ) นั่นทำให้อุนดิเนอกล่าวกับโยฮันเนสเช่นนั้น และเขาคิดว่าเธอช่างไร้สาระที่ยังเชื่อตำนานแบบนี้อยู่อีก
เมื่ออุนดิเนอกลับมาหาโยฮันเนสที่ร้านกาแฟ เขาหายไปแล้ว เธอตามหาเขาโดยเข้าไปที่ห้องน้ำในร้าน แต่ก็ไม่พบ เธอยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เห็นตู้ปลาที่มีตุ๊กตานักประดาน้ำ เธอได้ยินเสียงเรียกชื่อ จากนั้นเธอได้พบกับคริสตอฟ (Franz Rogowski) ที่ตามเธอมาจากงานบรรยายและพยายามแนะนำตัว เขากลัวว่าเธอจะมองเขาผิดไปว่าเป็นพวกชอบติดตาม เขาจึงประหม่า แล้วหันหลังชนกับตู้ปลา ซึ่งกำลังตกใส่ตัวเขา อุนดิเนอช่วยผลักคริสตอฟออกมาก่อนตู้ปลาจะตกใส่ ทั้งคู่ล้มลง ตู้ปลาแตกกระจาย และนั่นทำให้คนทั้งสองสานความรักอันโรแมนติกผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว
2 เชื่อมโยง สานสัมพันธ์และแตกสลาย
โลกวิญญาณในภาพยนตร์มักก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ประหลาด เสียงเรียกจากที่ใดสักแห่ง เสียงโทรศัพท์ลึกลับ ปลาดุกยักษ์กุนเธอร์ที่ว่ายน้ำออกมาให้คริสตอฟเห็นขณะกำลังซ่อมกังหันยักษ์ ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นภาพที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับจิตวิญญาณ
อูดิเนอไปพบกับคริสตอฟที่ Lingese แม่น้ำ–ทะเลสาบ– สายหนึ่งในเยอรมนี สถานที่เขาทำงานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาพาเธอดำน้ำลงไปดูเสาหินที่มีชื่อ Undine เขียนอยู่พร้อมรูปหัวใจ ขณะเดียวกันขณะที่เขาปล่อยมือ เธอหายไป คริสตอฟพยายามค้นหาว่าอูดิเนอหลงน้ำไปอยู่ไหน เขาพบหน้ากาก ตีนกบ และไฟฉายหล่นลงมา กุนเธอร์ยักษ์ลากอูดิเนอตัวเปล่าขึ้นไป เมื่อคริสตอฟมองอีกที อูดิเนอที่กำลังจมน้ำไร้ทิศทางขาดอากาศ เขากระเสือกกระสนช่วย ลากเธอเข้าฝั่งปั๊มหัวใจ เธอรอดชีวิตจากการดำน้ำ
เหตุการณ์นี้สานความรักของคนทั้งสองให้แน่นขึ้น ผ่านภาพประสบการณ์ในโลกวิญญาณ ที่ดูเหมือนเป็นภาพที่เกิดขึ้นผ่านภาวะจิตใจที่ถูกหลอกหลอนภายใต้บาดาลที่ลึกลับ ไม่กี่วันต่อมาคริสตอฟไปเบอร์ลินเพื่อพบกับอูดิเนอ ความรักทั้งสองยิ่งแน่นขึ้นเหมือนเธอจะพบรักแท้ ที่จะมีอะไรมาพรากได้ก็เป็นเพียงความตายเท่านั้น
หากประมวลดูแล้วอูดิเนออาจเป็นสาวที่ขาดความมั่นคง โดยเฉพาะในเรื่องความรัก เราไม่ทราบที่มาที่ไปของเธอ ครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เธออาจจะมีอาการหูแว่ว เช่นเธอได้ยินว่าโยฮันเนสฝากข้อความถึงเธอในช่องทางวอยซ์เมล์ ซึ่งเธอพยายามหามายืนยันก็ไม่พบไฟล์เสียงนั้น รวมถึงตอนที่เธอได้รับสายลึกลับจากคริสตอฟ นั่นทำให้ชีวิตของเธออยู่ในความไม่มั่นคงทุกครั้งที่เสียงเหล่านั้นแทรกเข้ามา และนำพาเธอไปสู่จุดที่แตกสลาย
3 ความรักและรอยร้าวในผังเมืองเบอร์ลิน
ไม่น่าเชื่อว่า Sub Plot ของหนังเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องเล่า ผ่านการบรรยายของอูดิเนอได้อย่างงดงาม ถ้าจะกล่าวว่าฉากต่างๆ เกี่ยวกับวิญญาณพรายน้ำที่งดงามราวบทกวีแล้ว การบรรยายประวัติศาสตร์ของอูดิเนอผ่านผังเมืองเบอร์ลินเป็นอะไรที่งดงามไม่แพ้กัน
แม้แกนหลักของ Undine จะเป็นเรื่องรักโศกนาฏกรรม แต่เรื่องราวทางการเมืองกลับเข้มข้นคู่ขนานกัน ทั้งที่ไม่มีภาพการประท้วงที่ดุเดือด ไม่มีการถกเถียงปัญหาสังคมผ่านตัวละคร เป็นแค่เพียงการบรรยายที่มีโมเดลผังเมืองเป็นเครื่องมือ และการถามตอบปัญหาง่ายๆ ว่า ปัจจุบัน “เราอยู่ตรงจุดไหน” ของประวัติศาสตร์
ฉากที่อูดิเนอต้องบรรยาย Humboldt Forum แทนพนักงานอีกคนที่ป่วย เธอต้องค้นข้อมูลและทำเปเปอร์ วันนั้นคริสตอฟมาหาเธอที่อพาร์ธเม้นต์พอดี ระหว่างที่คริสตอฟหลับ อูดิเนอก็เริ่มท่องเปเปอร์ที่เธอทำเบาๆ ทำให้เขารู้สึกตัวตื่น คริสตอฟอยากไปฟังเธอบรรยาย แต่เขาติดงาน จึงขอร้องให้เธอบรรยายให้เขาฟังก่อน ตอนแรกเธออยากปฏิเสธ แต่เขารบเร้าจนเธอเริ่มเล่า
Humboldt Forum เป็นโครงการทางวัฒนธรรมที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนีในศตวรรษที่ 21 เรื่องราวของมันไม่ใช่แค่การสร้างพิพิธภัณฑ์ แต่คือการ “กู้คืนอัตลักษณ์” ท่ามกลางความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์
กว่า 800 ปีพื้นที่ตั้งของ Humboldt Forum ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคสมัย ค.ศ. 1443 เริ่มสร้าง พระราชวังเบอร์ลิน (Berlin Palace) เพื่อเป็นที่ประทับของราชวงศ์โฮเฮนโซลเลิร์น สงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังถูกทิ้งระเบิดเสียหายหนัก แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ยังคงอยู่ ค.ศ. 1950 รัฐบาลเยอรมันตะวันออก (GDR) สั่งระเบิดทำลายซากพระราชวังทิ้ง โดยมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของระบอบกษัตริย์และปรัสเซีย
ในปี ค.ศ. 1976 สร้าง Palace of the Republic (Palast der Republik) อาคารกระจกสีทองสไตล์โมเดิร์น เพื่อใช้เป็นรัฐสภาและศูนย์วัฒนธรรมของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ หลังการรวมชาติ (ค.ศ.1990) อาคารคอมมิวนิสต์ถูกสั่งปิดเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสารแอสเบสตอส (ใยหิน) โดยถูกรื้อถอนในช่วงปี ค.ศ. 2006-2008
การออกแบบพิพิธภัณฑ์เป็นการปะทะกันระหว่าง “เก่า” กับ “ใหม่” Franco Stella สถาปนิกชาวอิตาลี ชนะการประกวดแบบด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ โดยการสร้างหน้ากากให้อาคารทั้ง 3 ด้าน เลียนแบบพระราชวังเดิมในสไตล์บาโร๊ค (Baroque) อย่างละเอียด เพื่อให้ทัศนียภาพของเมืองเบอร์ลินกลับมาสมบูรณ์เหมือนก่อนสงคราม ด้านทิศตะวันออก (ริมแม่น้ำชเปร) ออกแบบเป็นผนังคอนกรีตเรียบสไตล์โมเดิร์น เพื่อเตือนใจว่านี่คืออาคารใหม่ ไม่ใช่การปลอมแปลงประวัติศาสตร์ ภายในเป็นพื้นที่สมัยใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา, ห้องแล็บของมหาวิทยาลัย และพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับเมืองเบอร์ลิน
ประเด็นข้อถกเถียง Humboldt Forum ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางเสียงชื่นชมเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อถกเถียงใหญ่ๆ คือ การทำลายมรดกคอมมิวนิสต์ ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากเสียใจที่ Palace of the Republic ถูกทุบทิ้ง เพราะเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของพวกเขา รวมถึงสิ่งของที่ยึดมาจากเอเชียสมัยล่าอาณานิคมต้องคืนสู่ประเทศเจ้าของเดิมหรือไม่
การบรรยายของอูดิเนอเกี่ยวกับฮัมโบลดท์ฟอรัม จึงเป็นเหมือนภาพเตือนของความทรงจำ คริสตอฟชอบฟังการบรรยายของเธอ เขาเทอดทูนที่เธอเป็นผู้หญิงฉลาดหลักแหลม มีเสน่ห์ ระหว่างทั้งสองอยู่ในห้องพัก เดินมาที่ระเบียง มองออกไปนอกอาคาร นั่นคือปัจจุบัน แม้ประวัติศาสตร์จะทิ้งความขัดแย้งเอาไว้ แต่ความรักยังดำเนินต่อไป
4 Adagio: 12 นาที กับปาฏิหาริย์
อูดิเนอเดินไปส่งคริสตอฟเพื่อขึ้นรถไฟกลับไซต์งาน ทั้งสองควงแขนกันไปดังคู่รัก ขณะนั้นโยฮันเนสเดินมากับภรรยา ทั้งสองคู่เดินสวนทางกัน อูดิเนอใจสั่นหันไปมองโยฮันเนสด้วยความพะวักพะวง จนกระทั่งเขาส่งคริสตอฟขึ้นรถไฟ เดินกลับไปทำงานก็พบว่คนรักเก่ามาดักรอขอคืนดี แต่เธอปฏิเสธ นั่นเป็นชัยชนะ เล็กๆ ที่เธอเอาชนะจิตใจตัวเองได้ หลังจากกลับทำงาน เธอเปิดเพลง Stayin’ Alive ฟังหลายรอบหลายเวอร์ชัน
จนกระทั่งมีโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายของคริสตอฟ เสียงเหมือนอยู่ในที่ห่างไกล เขาถามเธอว่ารักเขาไหม เธอตอบว่ารัก โดยถามต่อว่าวันที่ทั้งสองเจอกัน เธอรอใครอยู่ อูดิเนอรู้สึกเสียศูนย์ เธอบอกไม่ได้รอ แต่คริสตอฟไม่เชื่อ โทรศัพท์ถูกตัดไป อูดิเนอพยายามโทรกลับก็ไม่มีใครรับสาย เธอคิดว่าคริสตอฟคงโกรธที่เธอโกหก เธอจึงฝากข้อความลงในโทรศัพท์ และบอกความจริงว่าวันนั้นเธอรอแฟนเก่า แต่เขาไม่กลับมา
รุ่งเช้าอูดิเนอตัดสินใจเดินทางไปหาคริสตอฟที่ไซต์งานบริเวณลิงเกซ จึงพบว่าคริสตอฟประสบอุบัติเหตุ เขาขาดอากาศไป 12 นาที ระหว่างทำงานใต้น้ำ และนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ที่นั่นเธอเห็นสายระโยงระยางผ่านตัวเขา โดยมีโมนิก้าเพื่อนที่ทำงานนอนเฝ้าเคียงข้าง อูดิเนอถามโมนิก้าว่าคริสตอฟได้พูดอะไรก่อนหน้านี้หรือไม่ โมนิก้าปฏิเสธ จึงทำให้อูดิเนอเล่าว่าเมื่อคืนคริสตอฟโทรมา แต่ทั้งสองทะเลาะกัน
โมนิก้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อวานตอนบ่ายสองคริสตอฟจมน้ำไปแล้ว และหมอยืนยันว่าสมองของเขาตายตอนบ่ายสองโมงกว่า เขาคงไม่สามารถลุกขึ้นมาโทรศัพท์ได้ โดยโมนิก้าขึ้นเสียงด้วยความโมโหกับอูดิเนอว่าเพ้อเจ้อ
สำหรับอูดิเนอหัวใจของเธอแตกสลายลงแล้วอย่างสมบูรณ์ การจากไปของคริสตอฟเป็นสิ่งสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวหัวใจ บัดนี้เธอตัดสินใจไปสังหารโยฮันเนส ตามตำนาน “พรายน้ำ” ที่เธอเชื่อ เธอสังหารโยฮันเนสด้วยการกดหัวเขาจมน้ำ ส่วนเธอตัดสินใจสังหารตัวเองโดยการเดินลงแม่น้ำลิงเกส ขณะที่เธอกำลังดิ่งจมลงสู่นทีเบื้องล่าง คริสตอฟก็เหมือนผลักตัวเองพวยพุ่งจากแม่น้ำดำมืดสู่อากาศเบื้องบน เขาสะดุ้งตื่นขึ้นบนเตียงพยาบาลและตะโกนเรียกชื่อ “อูดิเนอ”
5 Stayin’ Alive
2 ปีต่อมา หลังจากคริสตอฟออกตามหาอูดิเนอไปทุกที่ และไม่พบว่าเธออยู่ที่ไหน การหายตัวไปของเธอคือการสูญหาย ไม่มีใครพบเธออีกเลยชีวิตของเขาก็ดำเนินต่อมา โดยคบหากับโมนิก้า ใช้ชีวิตปกติสุขไม่กลับไปดำน้ำอีก จนกระทั่งได้งานซ่อมกังหันที่ลิงเกซ ซึ่งเขาตกลงกลับไปดำน้ำอีกครั้ง
การกลับไปดำน้ำทำให้เขาพบวิญญาณ Undine เขากลับขึ้นฝั่งเพื่อเช็คกล้องวงจรปิดก็พบความว่างเปล่า แต่ยังเชื่อว่าอูดิเนอรออยู่เพื่อปลดปล่อยบางอย่างจากตัวเขาเอง
คืนนั้นเขาลงไปดำน้ำโดยไม่มีเครื่องช่วยหายใจ โมนิก้าตามออกมาเพราะเกรงว่าคริสตอฟจะคิดสั้น เธอร้องเรียกชื่อเขา แต่เขาก็ดำลงไปในน้ำท่ามกลางความมืด รุ่งเช้าเขากลับมาพร้อมตุ๊กกานักประดาน้ำที่เคยให้อูดิเนอเป็นของขวัญ เขากอดโมนิก้าและเดินไปด้วยกัน
สำหรับ Undine นี่คือหนังโศกนาฏกรรมรักโรแมนติกแฟนตาซีที่ทำให้เราน้ำตาซึมได้ ความรักยิ่งใหญ่กว่าความตาย แต่ที่สำคัญ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป จุดหมายปลายทางของมนุษย์คือดำรงค์อยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าอุปสรรคใด เชิดหน้า ฟันฝ่าทุกสิ่งที่ขวางทาง แม้แต่ความกลัว
รับชมได้ที่
| Directed by | |
| Written by | Christian Petzold |
| Produced by | Florian Koerner von Gustorf Michael Weber |
| Starring | |
| Cinematography | Hans Fromm |
| Edited by | |
| Release dates |
|
| Running time | 90 minutes[1] |
| Countries | Germany France |
| Language | German |