Table of Contents
1 เกริ่น
ทุกคนมักจะมีสไตล์การแต่งตัวที่ไม่เหมือนกัน แต่เราก็มักจะเห็นว่าจะมีกลุ่มๆ หนึ่งที่จะแต่งตัวสวนกระแส เดินไปที่ไหนก็มีแต่คนมองว่า “ไอบ้านี่แต่งตัวอะไรของมัน” ทีนี้ในโลกปัจจุบันกระแสทุกอย่างไปมาเร็วขึ้น อยู่ๆการแต่งตัวแบบ Alternative Fashion ก็เป็นที่นิยมขึ้นมา ผู้คนเริ่มที่จะแต่งตัวรูปแบบ Alt กันมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามที่ว่า Alternative Fashion กำลังกลายเป็น Fast Fashion หรือเปล่า?
2 ทำความรู้จัก Fast Fashion vs Alternative Fashion
Fast Fashion คือรูปแบบการผลิต จำหน่ายเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็วและต้นทุนต่ำ โดยแบรนด์จะเร่งนำเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมจากรันเวย์ โซเชียลมีเดีย หรือคนดัง มาผลิตเป็นเสื้อผ้าจำนวนมาก แล้ววางขายภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้บ่อยในราคาถูก อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้มักแลกมาด้วยคุณภาพของสินค้าที่ต่ำ ทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้น นอกจากนี้อุตสาหกรรม Fast Fashion ยังขึ้นชื่อเรื่องปัญหาการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเกินความจำเป็นและทำให้การเกิดขยะสิ่งทอจำนวนมาก
Alternative fashion หรือเรียกสั้นๆ ตามภาษาชาวบ้านว่า “การแต่งตัวแนว alt” หรือ “alt fashion” คือแนวการแต่งตัวที่ตั้งใจที่จะแตกต่างจากกระแสหลัก (mainstream) โดยแนวการแต่งตัวนี้มักใช้สะท้อนถึงตัวตน อัตลักษณ์ และทัศนคติต่อสังคมและวัฒนธรรม โดยแฟชั่น Alternative นั้นเป็นการเรียกรวมๆ ของ Sub-culture ต่างๆ เช่น Punk, Goth, Emo, Lolita ฯลฯ เป็นต้น
Alternative Fashion นั้นถือว่ายืนอยู่ตรงข้ามกับ Fast Fashion เพราะไม่ได้ยึดตามเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน แค่ให้ความสำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นปัจเจกมากกว่า โดยทั่วไปแล้วผู้คนที่อยู่ในวง Alternative Fashion มักมีความเชื่อหรือความคิดที่เป็นขบถต่อสังคม ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานต่อสังคม เช่น แฟชั่น จากประเทศญี่ปุ่น โดยแฟชั่นนี้จะเป็นการต่อต้าน Beauty Standard ของสังคมญี่ปุ่น โดยจะเน้นทำผิวแทน แต่งหน้าจัด ย้อมผม ซึ่งตรงข้ามกับ Beauty Standard ของญี่ปุ่นที่เน้นผิวขาว เรียบร้อย เป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เห็นว่า Alternative Fashion ไม่ได้เป็นแค่สไตล์การแต่งตัว แต่ยังเป็นรูปแบบการแสดงออกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ส่วนบุคคล
3 เมื่อแฟชั่นขบถกลายเป็นสินค้ากระแสหลัก
ถ้า Alt แฟชั้นกลายมาเป็น Fast Fashion จะเกิดอะไรขึ้น? ตอนนี้เราลองเปิด Instagram หรือ TikTok หรือโซเชี่ยลมีเดียอะไรก็ตามแต่ ก็จะพบว่า Alternative Fashion ในตอนนี้นั้นกำลังเป็นกระแสอยู่มาก มากถึงขั้นที่ว่าเหล่าบริษัทผลิดเสื้อผ้า Fast Fashion นั้นหันมาผลิตเสื้อผ้าที่มีรูปแบบตรงตามการแต่งตัวแบบ Alternative มากขึ้น โดยเฉพาะ Shein ที่ผลิตเสื้อผ้าแนว Alternative ออกมาจำนวนมาก
ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามที่ว่าหากตอนนี้ Alternative Fashion นั้นกลายเป็น Mainstream แล้ว มันจะยังคงเป็น Alternative Fashion อยู่ไหม? ซึ่งคำตอบของมันก็ซับซ้อนกว่านั้น เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Alt Fashion นั้นกลายเป็นกระแส Mainstream มีหลายครั้งที่ Alternative Fashion เป็นกระแสหลัก แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ชัดมากไปกว่าช่วงยุคที่มีรายการ MTV และร้าน Hot Topic
4 บทเรียนจากอดีต: ยุคทองของ MTV และ Hot Topic
หากให้พูดถึงครั้งที่กระแสการแต่งตัวแบบ Alternative คงต้องพูดถึงเมื่อยุค 1990 – 2000 ที่กระแสการแต่งตัวแบบ Alternative นั้นเบิกบานไม่ต่างจากยุค 70 หรือ 80 ซึ่งสาเหตุที่มันดังมากขนาดนั้นต้องขอบคุณ MTV ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาที่เน้นฉายมิวสิควิดีโอ หรือรายการดนตรีสด และศิลปินในยุคนั้นที่มีชื่อเสียง แล้วไปออก MTV ก็มักจะเป็นศิลปินที่ดังในเรื่องความ Alternative เช่น Nirvana, Radiohead, Metallica และศิลปินอื่นๆที่เป็นที่นิยม ในตอนนั้น ซึ่งการปรากฎตัวของศิลปินเหล่านี้ส่งผลต่อโลกของแฟชั่น ในแง่ที่ว่า “ในเมื่อไอดอลเราแต่งตัวยังไง เราก็อยากแต่งตาม” Kurt Cobain นักร้องนำแห่งวง Nirvana ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งสไตล์ Grunge ซึ่งก็ทำให้เกิดแฟชั่นแบบ Grunge ขึ้นมาที่เน้นแต่งตัวแบบง่ายๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เหมือนซื้อมาจากตลาดมือสองกับกางเกงยีนส์เท่ๆ ผู้ฟังที่ติดตาม Nirvana ก็ล้วนพากันแต่งตัวตาม Kurt Cobain และสไตล์ Grunge ก็ถือว่าเป็น Alternative Fashion อีกรูปแบบหนึ่ง
และในเมื่อผู้คนหันมาแต่งตัวแนวนี้กันมากขึ้น ก็ต้องมีคนที่ต้องการที่จะทำกำไรจากด้านนี้ ซึ่งนั้นคือการมาถึงของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังในอเมริกาที่มีชื่อว่า Hot Topic ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1989 โดยร้านขายเสื้อผ้าร้านนี้จะเน้นขายแต่เสื้อผ้าสไตล์ Alternative ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนั้น โดยจะเปลี่ยนตาม Sub-culture ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนั้นไปเรื่อยๆ อ่านแล้วผู้อ่านรู้สึกคุ้นๆ ไหม? นั่นก็เพราะ Hot Topic นั้นเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบบ Fast Fashion รูปแบบหนึ่งที่เน้นการผลิตออกมาขายในราคาที่ย่อมเยาในจำนวนเยอะๆ ซึ่งการมีอยู่ของ MTV และ Hot Topic ทำให้เรารู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สไตล์ Alternative Fashion เป็นกระแสหลักที่ดังมากๆ จนทำให้มีร้านออกมาขายเสื้อผ้ารูปแบบนื้ในรูปแบบ Fast Fashion
5 บทสรุป: เราจะรักษาจิตวิญญาณ Alternative ได้อย่างไร?
ดังนั้นผู้เขียนไม่อยากให้คนผู้อ่านรู้สึกกังวลที่ Alternative Fashion จะกลายเป็น Fast Fashion เพราะมันเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และด้วยโลกของเราที่เดินทางด้วยทุนนิยม ปรากฏการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เว้นแต่ว่าจะไม่มีใครไปอุดหนุนและสนับสนุนร้าน Fast Fashion เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น H&M หรือ Shein ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่ต้องการที่จะแต่งตัวแบบ Alternative จริงๆ เราก็มีคำแนะนำว่าให้เน้นซื้อเสื้อผ้ามือสองแล้วนำมาประกอบเป็นสไตล์ที่เราต้องการ และอย่าลืมที่จะฟังเพลงเพื่อซึมซับวัฒนธรรมของ Sub-Culture นั้นๆ เพราะ Alternative Fashion ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อผ้า แต่มันสื่อถึงอัตลักษณ์และมีความหมายมากกว่านั้น