Table of Contents
เมื่อพูดถึงกระแสการแต่งกายชุดไทย ได้กลายเป็น Soft Power ภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สวมชุดไทยเต็มยศ เพื่อถ่ายรูปกับวัดวาอารามและตามจุดเช็กอินยอดฮิตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงการแต่งชุดไทยของคนไทยอาจมีภาพของการสวมใส่ในพิธีที่เป็นทางการ งานสำคัญ หรือโอกาสพิเศษ เพื่อความสวยงาม เรียบหรู และเชิดชูวัฒนธรรม โดยมีเงื่อนไขว่าควรจับต้องความสง่างามนี้อย่างระมัดระวัง
ในปัจจุบัน เทรนด์แฟชั่นได้รับการนำเสนอผ่านคนรุ่นใหม่ในรูปแบบที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย ภาพของชุดไทยที่มีกลิ่นอายความงามและอัตลักษณ์เด่นชัดที่ไม่เคยจืดจาง กลับได้รับการหยิบยกขึ้นมาตีความใหม่ด้วยการมิกซ์แอนด์แมตช์ “สไบ” กับกางเกงยีนส์เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย และเป็นการตามเทรนด์โซเชียลซึ่งมีผลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนในสังคมอย่างมาก
ความเป็นไทยกลับมาเป็นกระแส ได้รับการนำเสนอ และเผยแพร่บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok ผ่านสิ่งทีเรียกว่าการทำชาเลนจ์ เพื่อยอดวิว ยอดเอนเกจ และยอดไลก์ หากให้พูดถึงเทรนด์ล่าสุดอย่าง “ห่มสไบใส่ยีนส์” โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้นำชุดไทยมาประยุกต์และแต่งหน้าสวมเครื่องประดับอย่างสวยงาม พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอควบคู่กับจังหวะเพลงที่มีดนตรีแบบไทยอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ถึงกับต้องอุทานว่า “โคตรจึ้ง” “โคตรปึ้ง” “ทำถึงมากแม่” กันออกมาเลย
การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยผสมผสานกับความร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่ ได้ปลุกกระแสการส่งออกชุดไทยให้กลายเป็น Soft Power ที่ดังไกลในระดับสากลเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว
1 เทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์ ใครเป็นคนเริ่ม?
แม้การสวมชุดไทยจะได้รับความสนใจมาก่อนหน้าและไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เทรนด์ “ห่มสไบใส่ยีนส์” กลับได้รับการปลุกกระแสโดยนักร้องสาว KT KRATAE (กระแต) ที่นำสไบมามิกซ์แอนด์แมตช์คู่กับกางเกงยีนส์ พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอเดินกลางสี่แยกประกอบเพลง Bangkok City ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยยามค่ำคืนผ่านเนื้อเพลงด้วยจังหวะสนุกสนานชวนโยก จนเหล่าคนดัง ดารา และอินฟูอินเซอร์ ต่างออกมาแต่งกายด้วยชุดไทยจนเกิดเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ที่ขับเคลื่อน Soft Power ไทยผ่านสื่อโซเชียล
ความสำเร็จของเพลง Bangkok City ที่เหล่าคนรุ่นใหม่ร่วมสนุกกับแคมเปญ #BangkokCityChallenge จนมี #ห่มสไบใส่ยีนส์ เกิดขึ้นจนกลายเป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าแท้จริงแล้วความเป็นไทยไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ยาก หากรู้จักการปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่น และนำมาทำให้เป็นเทรนด์
อย่างไรก็ตาม การผสานกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัยด้วยการนำสไบมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ กลับถูกวิจารณ์และตั้งคำถามจากคนบางส่วนว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ อัตลักษณ์ความเป็นไทยอาจถูกลดทอนลง แต่คนส่วนใหญ่กลับมองว่าเป็นเทรนด์การแต่งกายที่สวย เก๋ และดูมีลูกเล่น การโหยหาอดีตของคนรุ่นใหม่โดยพยายามเชื่อมโยงความเป็นไทยที่เคยถูกมองว่าล้าสมัยเข้ากับปัจจุบัน ด้วยการนำวัฒนธรรมการใส่ชุดไทยที่มักใช้ในโอกาสสำคัญ มาประยุกต์เป็นชุดที่สามารถใส่ได้อย่างคล่องตัวและทะมัดทะแมงในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และชื่นชมไปในหลายทิศทาง
ในขณะเดียวกัน กลับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงกระแสชาตินิยมที่กลับมาหวงแหนและอนุรักษ์การใส่ชุดไทยอีกครั้ง
2 ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติด้วย Soft Power
เมื่อยุคสมัยถึงคราวเปลี่ยนแปลง การขยายอำนาจด้วยการใช้กำลังทหารเข้ายึดครองประเทศไม่ใช่เรื่องที่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป ดังนั้นการสร้างอิทธิพลระยะยาวด้วยทำให้เกิดความชื่นชอบแบบไม่มีการบีบบังคับแต่เป็นการโน้มน้าวใจ ผ่านสถาบันเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเรียกสิ่งนี้ว่า Soft Power จึงกลายเป็นคำตอบในยุคปัจจุบัน
ในอดีต ประเทศไทยมีคำขวัญ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” ซึ่งใช้สนับสนุนนโยบายสร้างชาติของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้เป็นหัวหอกสำคัญของคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย จอมพล ป. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปี 2481 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีนโยบายชาตินิยม เพื่อชูความเป็นชาติ สร้างความเป็นเอกภาพ และพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมตะวันตก ด้วยการเปลี่ยนแปลงการแต่งกาย มีการแต่งละครประวัติศาสตร์ และบทเพลงปลุกใจ เป็นการปลูกฝังค่านิยมรักชาติให้ประชาชน
ในสมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ได้มีการใช้นโยบายชาตินิยมใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติและความเป็นเอกราชของรัฐชาติตน ผลักดันประเทศไปที่การแข่งขันในเวทีโลกโดยเน้นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นหลัก
ในปัจจุบัน ประเทศไทยปรับตัวจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาเป็นการใช้วัฒนธรรมสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยไทยได้หันมาผลักดันการใช้ Soft Power อย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ แม้จะผ่านมา 80 กว่าปีของยุคสมัยการสร้างอัตลักษณ์ความเป็นชาติให้ทัดเทียมประเทศตะวันตกด้วยการปลูกฝังให้หวงแหนรากเหง้าวัฒนธรรมไทย แต่สิ่งนี้จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยโดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญ
3 ความเป็นไทยที่ไม่ได้ผูกกับความจรรโลงใจแบบเก่า
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 เกิดปรากฏการณ์ “ออเจ้า” ฟีเวอร์ จากละครไทยแนวย้อนยุคประวัติศาสตร์เรื่องบุพเพสันนิวาสของทางช่อง 3 ที่กวาดเรตติงสูงสุดถึง 18.6 แม้จะเป็นช่วงขาลงของยุคทีวีดิจิทัล เรียกได้ว่าพี่น้องชาวไทยเกือบทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหน จะเป็นเด็กน้อย วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ ต่างลุกขึ้นมาสวมชุดไทยใส่จริตออเจ้าพูดภาษาตามบทละครอย่างคนยุคเก่า กลายเป็นพี่หมื่นกับแม่การะเกดกันทั่วบ้านทั่วเมืองจากกระแสความดังของละคร จนกลายเป็นกระแส Soft Power ที่ส่งออกการวัฒนธรรมไทย ณ ขณะนั้น
เมื่อก่อนความเป็นไทยมักผูกโยงกับความจรรโลงใจแบบเก่า เราเชิดชูการแสดงโขน การแต่งชุดไทยในพิธีสำคัญ รวมถึงศิลปวัฒนธรรมไทยในแขนงอื่น ๆ ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อถึงยุคของโซเชียลที่สิ่งนี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน มีอิทธิพลในการส่งต่อความคิด การกระทำ และสามารถส่งต่อพลังบางอย่างถึงผู้คน อย่างกรณี “ออเจ้า” ฟีเวอร์จากความดังของละคร จนจุดติดจนกลายเป็นกระแส แรงขับเคลื่อนจากเหล่าศิลปินคนดังที่ร่วมเล่นชาเลนจ์เต้นตามเพลงและแต่งกายแบบสร้างสรรค์ลงในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ อย่างกรณี “ห่มสไบใส่ยีนส์” ยิ่งเป็นตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วความไทยก็สามารถทำให้กลายเป็นความจรรโลงใจแบบใหม่ผ่านรูปแบบของแฟชั่นร่วมสมัยอย่างเรียบง่ายได้เช่นกัน
หมายเหตุ: การใช้คำว่า “ยีนส์” (Jeans) เป็นคำที่เขียนตามรูปนิยมและการทับศัพท์ที่แพร่หลายในภาษาไทย โดยทับศัพท์จากรูปพหูพจน์ของภาษาอังกฤษ (Jeans) แม้ทางหลักภาษาอาจแนะนำคำว่า “ยีน” หรือ “กางเกงยีน” แต่สามารถใช้ได้ทั้งคำที่มี ‘ส์’ และ ไม่มี ‘ส์’ ในบทความจึงใช้คำที่สะกดแบบเดียวกันทั้งหมด