จังหวัดระนอง หรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองฝนแปด แดดสี่” เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากเมืองหน้าด่านเล็กๆ สู่เมืองศูนย์กลางแร่ดีบุกที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในอดีต เท่านั้นยังไม่พอ ระนอง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกาะต่างๆ ที่มีหาดทรายละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด รวมไปถึงผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ น้ำตกที่สวยงาม และที่หลายคนรู้จักระนองเพราะมีบ่อน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง ทว่าระนองไม่ได้มีดีแต่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังอุดมสมบูรณ์ทางด้านการกินการอยู่ที่หลากหลาย รวมถึงผู้คนหลายเชื้อชาติที่กอรปขึ้นมาเป็นวัฒนธรรม สำหรับบทความนี้จะนำผู้อ่านไปสัมผัสอาหารในจังหวัดระนอง ทั้งอาหารพื้นเมือง ขนมดั้งเดิม ของกินจากแหล่งปลูกพิเศษ และคนรุ่นใหม่กำลังผลักดันอะไรเพื่อไปสู่อนาคต
จากประวัติศาสตร์สู่อาหารพื้นเมืองระนอง




ก่อนที่จะแนะนำอาหารอร่อยในระนอง เราอาจะจะต้องเรียนรู้พื้นฐานประวัติศาสตร์ของเมืองระนองเล็กน้อย เพราะจะทำให้เข้าใจว่าอาหารของระนองมีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะอาหารจีนพื้นเมืองที่หากินได้ยากจากที่อื่นๆ
ในสมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ระนองมีฐานะเป็นเพียง “เมืองขึ้น” ของชุมพร เมืองหน้าด่านเล็กๆ ที่เฝ้าระวังการรุกรานของพม่า ที่มาของชื่อสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “แร่นอง” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้คำว่าระนองยังมีเสียงใกล้เคียงภาษาอินโดนีเซียว่า ระนาห์ (Ranah) หมายถึงทุ่งหญ้า หรือเทือกเขาที่ทอดยาว
ระนองก่อตั้งเมือง ในปี พ.ศ. 2387 รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะระนองขึ้นเป็นเมือง อาจกล่าวได้ว่าระนองนั้นมีผูกพันอย่างลึกซึ้งกับตระกูล ณ ระนอง เป็นอย่างมาก ต้นสกุลคนแรกคือ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี หรือ คอซูเจียง ณ ระนอง (พ.ศ. 2340 – 2425) เป็นเจ้าเมืองระนองชาวจีนฮกเกี้ยนคนแรก คอซูเจียงได้พัฒนาเมืองระนองอย่างก้าวกระโดดผ่านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก จนมีรายได้เข้าแผ่นดินจำนวนมหาศาล
ในยุคที่ระนองรุ่งเรืองจากการทำเหมืองแร่ดีบุก แรงงานชาวจีนฮกเกี้ยนถือเป็นกำลังหลัก อาหารจึงต้องเน้นที่ความอิ่มท้องและให้พลังงานสูง อาหารจึงไม่ได้กินเพียงอิ่มหรือความอร่อย แต่คนระนองสมัยก่อนกินเพื่อไล่ความชื้นจากสภาพอากาศที่ฝนตกชุก (ฝนแปด แดดสี่) และเสริมกำลังก่อนไปทำงานหนัก
วัฒนธรรม “สภากาแฟ” และอาหารเช้า ของคนระนองมีความผูกพันกับอาหารจีนผ่านวิถีชีวิตยามเช้าที่เข้มข้น การไป “ล้อมวง” กินอาหารเช้าเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สำคัญ ติ่มซำ โรตี ขนมของจีนโบราณเหล่านี้ยังคงปรากฏอยู่ในเทศกาลสำคัญและพิธีกรรมไหว้เจ้า สะท้อนถึงความศรัทธาที่ยังคงสืบทอดมาถึงลูกหลาน
การหลอมรวม “บาบ๋า-ย่าหยา” (Peranakan) กลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีน ที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมา ระนองที่มีวัฒนธรรมเชื่อมโยงระหว่างภูเก็ตกับพังงา ทำให้เกิดอาหารลูกผสมที่เรียกว่า อาหารเปอรานากัน รสชาติจะมีความซับซ้อนกว่าอาหารจีนแท้ๆ เพราะมีการใช้เครื่องเทศท้องถิ่นและกะปิเข้ามาผสม เช่น “หมูค้อง” (หมูสามชั้นต้มซีอิ๊ว) ที่มีความหวานเค็มกลมกล่อมและหอมพริกไทยดำ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจในแถบนี้
นอกจากการหลอมรวมทางเชื้อชาติแล้ว อิทธิพลชายแดนไทย-เมียนมา ยังส่งผลถึงการกินการอยู่ ด้วยชัยภูมิที่ติดกับประเทศเมียนมา (เกาะสอง) อาหารจีนในระนองบางรายการจึงมีกลิ่นอายของวัตถุดิบหรือวิธีการปรุงที่รับมาจากฝั่งพม่าด้วย เช่น การใช้เครื่องเทศบางชนิด หรือการทำอาหารจีนสไตล์ยูนนานที่หลงเหลืออยู่ในบางกลุ่ม ส่งผลให้รสชาติอาหารจีนระนองมีความจัดจ้านกว่า
เริ่มต้นด้วย “ยาวเย”

“ยาวเย” ถือว่าเป็นเมนูพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดระนองเพียงแห่งเดียว หากเปรียบอาหารเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ ยาวเยก็คือหลักฐานของการหลอมรวมวัฒนธรรมระหว่าง ไทย-จีน-มลายู ที่ชัดเจนที่สุดจานหนึ่ง
ประวัติของยาวเยสันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดมาจากอาหารที่ชื่อว่า ปาเซิมบรู (Pasembur) หรือ โรญัก (Rojak) ซึ่งเป็นสลัดแขกที่แพร่หลายในแถบคาบสมุทรมลายู (เช่น ปีนัง และสิงคโปร์) เมื่อวัฒนธรรมนี้เดินทางมาพร้อมกับแรงงานและพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนที่ย้ายถิ่นฐานมายังเมืองระนองในช่วงยุคเหมืองแร่ เมนูนี้จึงถูกปรับปรุงรสชาติและวัตถุดิบให้เข้ากับลิ้นของคนในท้องถิ่น จนกลายเป็นอาหารลูกผสมที่มีเอกลักษณ์
น้ำจิ้มถั่วที่มีรสหวาน เค็ม เผ็ด และการใช้ผักลวกได้รับอิทธิพลจากมลายู การใช้เต้าหู้ทอด และของทอดต่างๆ รวมถึงเทคนิคการปรุงบางส่วนได้มาจากจีน การใส่ปลาหมึก หรือปลาหมึกแช่ และเครื่องเคราที่หาง่ายๆ จากท้องถิ่นระนอง
ส่วนประกอบของยาวเยสูตรดั้งเดิมของร้าน J&T จังหวัดระนอง จะประกอบไปด้วย ผักบุ้งจีนลวก แตงกวาซอย เต้าหู้ทอด ปลาหมึกสดลวก ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ งาขาวคั่ว ไข่ต้ม และที่ไม่แน่ใจคือกระเทียมเจียวหรือแป้งทอดกรอบผสมกัน เพราะบางสูตรก็ใส่พวกของทอดด้วย ส่วนน้ำราดคล้ายน้ำหมูแดง แต่มีความเปรี้ยว (ส้ม) มะขามมากกว่า รสออกหวานตามด้วยเปรี้ยว เมื่อราดและคลุกเคล้าเครื่องปรุงทั้งหมดแล้ว จะได้รสชาติที่สดชื่น เหมาะสำหรับเมนูเรียกน้ำย่อย
“ชุนเปี๊ย” จิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ระนอง
คำว่า “ชุนเปี๊ยะ” มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน (และจีนกลาง) โดยแยกรากศัพท์ดังนี้ ชุน (春) แปลว่า “ฤดูใบไม้ผลิ” เปี๊ยะ (餅) แปลว่า “ขนมแป้ง” หรือ “แผ่นแป้ง” รวมกันจึงหมายถึง “ขนมแห่งฤดูใบไม้ผลิ” ซึ่งในประเทศจีนจะนิยมทานกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน (Spring Festival) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่และความรุ่งเรือง
ชุนเปี๊ยะเดินทางมาพร้อมกับชาวจีนฮกเกี้ยนที่เข้ามาทำเหมืองแร่ในระนอง แต่สิ่งที่ทำให้ชุนเปี๊ยะของระนองมีความพิเศษและแตกต่างจาก “เปาะเปี๊ยะทอด” ในพื้นที่อื่นคือ “ไส้” และ “กรรมวิธีการทำ”
ไส้สูตรดั้งเดิมมักจะใส่หน่อไม้เป็นส่วนประกอบหลัก ผสมกับหมูสับ กุ้งแห้ง และวุ้นเส้น ซึ่งหน่อไม้ที่ใช้ต้องผ่านการกรรมวิธีไล่กลิ่นและรสขื่นออกจนเหลือแต่ความหวานกรอบ ส่วนแผ่นแป้งต้องเป็นแผ่นแป้งบางพิเศษที่เมื่อทอดแล้วจะมีความกรอบกรุบแต่ไม่แข็งกระด้าง เราพิสูจน์อาหารรายการนี้สองร้านก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่ “เจแอนด์ที” จะมีรสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อนมากกว่าจากส่วนผสมของไส้ ขณะที่ที่ “ร้านคุ้นลิ้น” จะมีความกินง่ายและรู้สึกได้ถึงความอร่อยแบบฟิวชั่นนิดๆ
“หมูค้อง” จานหลักสำหรับครอบครัว
ไปกินร้านอาหารในระนอง มองไปทุกโต๊ะจะต้องสั่งหมูค้อง โดยเฉพาะลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัว ถ้ามีลูกเล็กๆ ที่ทานเผ็ดไม่ได้ เมนูนี้จึงเป็นเมนูยอมนิยม ในทริปนี้เราไปชิมหมูค้องด้วยกันสองร้านคือที่ “คุ้นลิ้น” และ “เจแอนด์ที” มีเพื่อนเคยเปรยๆ ว่า หมูค้องเป็นเมนูที่สูตรจะไม่ตายตัว วิธีการทำขึ้นอยู่กับบ้านใครบ้านมัน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น ความอร่อยก็แตกต่างตามแต่รสมือผู้ปรุง รวมถึงเครื่องปรุงที่หาได้
หมูค้องมีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในระนอง พังงา และภูเก็ต โดยมีรากฐานมาจากเมนู “ตงพัวโร่ว” (Dongpo Pork) หรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วอันโด่งดังของจีน แต่ได้รับการปรับปรุงสูตรให้เข้ากับวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นแถบอันดามัน
ความน่าสนใจอยู่ที่ “ชื่อ” ในขณะที่ภูเก็ตเรียก “หมูฮ้อง” แต่คนระนองดั้งเดิมมักเรียกว่า “หมูค้อง” ข้อสันนิษฐานทางภาษา ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนที่พูดภาษาฮกเกี้ยน (ฝูเจี้ยน) “ค้อง” อาจเพี้ยนมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนคำว่า “กงเตายิวบัก” (Kong Tau Yew Bak) ซึ่งแปลว่าการเคี่ยว/ตุ๋นหมูด้วยซีอิ๊วในกระทะหรือหม้อใบใหญ่
สูตรหมูค้องระนองมีเอกลักษณ์ที่ความเข้มข้นซึ่งก็จริง เพราะสูตรที่ร้านเจแอนด์ที จะมีความเข้มข้นของน้ำซีอิ๊ว เครื่องเทศ เมื่อตักราดข้าวแล้วอร่อยเด็ดทีเดียว
ร้านอาหาร J&T อาหารพื้นบ้านเมืองระนอง





ในเมืองระนองมีร้านอาหารน่าสนใจมากมายหลายร้าน ซึ่งพอเราไปแล้วก็พบร้านใหม่ๆ (ที่เปิดมานาน) ที่ไม่เคยได้ยินจากสื่อมาก่อน บางร้านคนระนองรักชอบบอกต่อกัน เมื่อได้เปิดบทสนทนาเรื่องอาหาร แต่อย่างไรก็ตามมีร้านนึงที่ไม่ควรพลาดนั่นคือร้านอาหารเจแอนด์ที ร้านของครอบครัวเชฟหมีหรือตุลย์นั่นเอง
แม้ชื่อร้านจะเหมือนชื่อบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง แต่ร้านเจแอนด์ทีร้านนี้เปิดมานาหลายทศวรรษ และเป็นร้านผู้บุกเบิกอาหารในระนองมาหลายรุ่น ประวัติความอร่อยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 โกเจี๊ยว (สนชัย อุ่ยเต็กเค่ง) เปิดร้านขายน้ำปั่นและไอศครีมเล็กๆ หน้าวิกหนังพูลผล จนกระทั่งปี พ.ศ. 2536 ได้ย้ายมาที่ถนนเรืองราษฎร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ได้ตั้งชื่อร้าน J&T ซึ่งนำมาจากชื่อเล่นของคนในครอบครัว โดยขายอาหารไทย จีน ฝรั่ง
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2539 ย้ายร้านมาที่ตึกปัจจุบัน โดยเพิ่มอาหารเมนูพื้นบ้าน และเมนูที่หลากหลายมากขึ้น อาหารในร้านมีทั้งไทยถิ่น และอาหารจีนแบบบาบ๋าซึ่งสืบทอดมาจากสูตรอาหารของครอบครัว เช่นยาวเย, ชุนเปี๊ย, หมูค้อง, ฮู้เกี่ยมทึ้ง รวมถึงต้มยำกุ้งหลวง สูตรป้ามิตร (นิมิตร โศจิรัตน์) ใช้กุ้งแม่น้ำ หรือแชบ๊วย แล้วแต่มีวัตถุดิบใดในตลาด
นอกจากอาหารบาบ๋าที่แนะนำไปข้างต้นแล้ว ถ้าใครไปร้านเจแอนด์ที ต้องสั่งเมนูนี้ลองทานกัน ถือเป็นเมนูที่ผมร้องว้าวที่สุด และไปซ้ำสองรอบ นั่นคือ “ต้มยำกุ้งแม่น้ำ” สูตรของทางร้าน วันที่ไปกินกุ้งแม่น้ำหมด จึงได้กุ้งแชบ๊วยมาแทน ซึ่งก็อร่อยไม่แพ้กัน
ใครหลายคนอาจคิดว่า “ต้มยำกุ้ง” จะมีรสชาติที่แตกต่างกันเพียงใด ในเมื่อเราเคยกินต้มยำกุ้งแม่น้ำร้านติ๊ก สายห้า (นครชัยศรี) ที่เด็ดดวงรสชาติเปรี้ยวนำเค็มตาม กุ้งหวานฉำ่กินแล้วสดชื่น รสไม่เผ็ดเกินไป หรือต้มยำกุ้ง (หัวปลาเก๋า) ร้านข้าวต้มลุงต๋อในตำนาน ที่ปิดไปสมบูรณ์ แต่รสชาติยังอยู่ในความทรงจำ ต้มยำลุงต๋อถือว่าเด็ดดวงสุดในสายร้านข้าวต้ม เพราะใส่นมเหยี่ยว ใส่น้ำพริกเผา เผ็ดร้อนแต่นัวร์กลมกล่อมด้วยเครื่องเทศสดอย่างข่า, ตะไคร้, ใบมะกรูด มาครบ
แต่ต้มยำกุ้งจากร้านเจแอนด์ที ไม่ได้มีรสชาติแบบต้มยำกุ้งอย่างที่ว่ามาทั้งหมด และเป็นครั้งแรกที่ผมได้ชิมรสชาตินี้ครั้งแรก ต้มยำกุ้งร้านเจแอนด์ทีเป็นแบบน้ำใส รสชาติสดชื่น รสเปรี้ยวอ่อนๆ แต่ที่เด็ดคือเขาใส่เคยกุ้งลงไปในซุป ทำให้มีรสชาติที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญมันพอดีกับเครื่องปรุงที่มีเครื่องเทศสดอย่างตะไคร้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ผมไม่เห็นซาก หรือกลิ่นของข่าหรือใบมะกรูด (ถ้าผู้รู้สูตรช่วยไขความกระจ่างให้ด้วยนะครับ) ต้องยอมรับว่ามันเป็นต้มยำกุ้งรสกลมกล่อม นัวร์ คลีน และสร้างรสชาติที่มีเอกลักษณ์
ก๋วยเตี๋ยวเป็ด “โชกุน” แอบอร่อย ระนอง



วันแรกที่เราไปถึงระนอง โรงแรมที่เราพักตั้งอยู่ถนนดับคดี ตอนสายต้องขึ้นเรือไปเกาะพยาม ตั้งใจจะหาอาหารเช้าก่อนขึ้นเกาะ เสิร์ชดูก็พบว่าข้างๆ โรงแรมมีร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดอยู่ร้านนึง พอเดินไปก็พบว่าวันแรงงานร้านหยุดหนึ่งวัน แต่จากดูหน้าร้านแล้วคิดว่าคงไม่เลวนัก หลังกลับจากเกาะค่อยแวะกลับมาลองชิม
เราไปท่องเที่ยวจนถึงวันกลับ จึงย้อนมาลองชิม ก็พบว่าไม่เลวอย่างที่คิด ร้านสะอาด คนกินเนืองแน่น เข้าไปในร้านก็พบว่ามีเมนูหลากหลายกว่าการเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดธรรมดา ออร่าร้านมีมาครบทั้งบรรยากาศและกลิ่นอาหาร
นอกจากก๋วยเตี๋ยวเป็ดปกติแล้ว อาหาอรที่ต้องลองคือ “หมี่อบเนื้อเป็ด” แล้วอย่าลืมบอกให้เขาใสขาใส่ปีกมาด้วย เมื่ออาหารมาเสิร์ฟก็ต้องร้องว้าวอีกรอบ เพราะมันคือขาเป็ดอบหมี่ แบบเดียวกับขาห่านอบหมี่ตามแบบภัตตาคารในกรุงเทพฯ แล้วถ้าใครเคยกินขาเป็ดหรือปีกเป็ดตุุ๋น อาจคิดว่ามันจะเป็นขาเล็กๆ หรือเปล่า ต้องบอกว่าขาเป็ดทำได้อร่อยมาก เดาเอาว่าก่อนตุ๋นน่าจะนำไปทอดให้หนังพองก่อน จากนั้นค่อยนำมาตุ๋นให้เปื่อย มันจึงอร่อยแบบหยุดไม่อยู่
ส่วนเส้นบะหมี่ไม่เหมือนเจ้าอื่น ลักษณะเส้นกลม เหนียวนุ่ม น้ำเป็ดอบกลมกล่อม ส่วนเนื้อเป็ดหั่นบางแผ่นใหญ่มาก ส่วนเมนูอื่นที่น่าสนใจ เช่นต้มแซ่บ ผัดพริกไทยดำ ซึ่งคนท้องถิ่นแนะนำว่าอร่อยมาก นี่คือร้านที่ไม่ควรพลาด
“น่ำเซ่งฮวด” ขนมเปี๊ยโบราณ


ร้าน “น่ำเซ่งฮวด” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าระนอง บนถนนเรืองราษฎร์ เป็นอีก ร้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 50 ปี ทางร้านยังคงขายขนมเปี๊ยโบราณขายหลายรสชาติหลายชนิด ในช่วงเทศกาลต่างๆ ก็จะ ทำขนมชนิดนั้นออกมาขาย เช่นขนมไหว้พระจันทร์ หรือขนมไว้ช่วงตรุษจีน ควบคู่ไปกับขนมเค้ก
ขนมอย่าง “จูซังเปี๊ย” ไส้ทำจากหมูแผ่น กุนเชียง และไข่เค็ม มีรสชาติกลมกล่อม หอม แป้งบาง ร่วน อร่อย แบบขนมโบราณเต็มพิกัด ใครอยากหารสชาติดั้งเดิมต้องที่นี่เลย กินคู่กับชาจีนร้อนเข้ากันเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีขนมที่หากินยากๆ เช่นหูช้าง ที่ผสมพริกไทยดำอย่างดี ขนมหน้าแตก ขนมเปี๊ยสามไส้ รวมถึงเหม่งทึ้ง
คนรุ่นใหม่ในวันที่โลกหมุนเร็ว
ร้านกาแฟไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย กาแฟเป็นเหมือนเครื่องดื่มทางจิตวิญญาณ เพราะมันได้รวมชุมชน ผู้คน และสังคมมาตั้งแต่อดีต ร้านกาแฟพัฒนาไปตามกาลเวลา รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น ร้านกาแฟในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่อาจจะหมายถึงชุมชนและผู้คน
Real: Coffee Room




ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในย่านพักอาศัยนอกเมือง เด็กหนุ่มสองคน “บอม” และ “ภัทร” ชาวระนองตั้งแต่กำเนิด มีความตั้งใจให้ร้านกาแฟเหมือนห้องกาแฟของพวกเขา ด้วยความพยายามที่จะนำกาแฟในรสชาติที่พวกเขาชอบมานำเสนอให้กับผู้ดื่ม สิ่งที่น่าสนใจคือร้านเปิดแค่สองวันคือวันเสาร์และอาทิตย์ เราไถ่ถามจึงได้ความว่าพวกเขามีงานประจำกันอยู่ บอม มีกิจการร้านแอร์ ส่วนภัทร เป็นอาจารย์
บอมใช้ของสะสมของเขามาตกแต่งร้าน ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ แก้วกาแฟ เขาทำร้านนี้ด้วยความบังเอิญ แต่เป็นความบังเอิญที่ตั้งใจ และใส่ใจทุกรายละเอียด แม้ดัดแปลงร้านกาแฟเก่าที่ยังไม่ได้เปิด มาเป็นร้านของตัวเอง แต่ก็ตกแต่งให้อยู่ในสไตล์ที่ตัวเองต้องการ นั่นคือความดิบๆ แบบวัยรุ่น
กาแฟของพวกเขาจึงเป็นความชอบล้วนๆ จึงไม่แปลกที่สิ่งเหล่านี้ได้ส่งต่อไปให้กับลูกค้าของพวกเขา และนั่นทำให้ร้านมีความเป็นกันเอง
ร้านกาแฟไม่มีชื่อ แต่มีโลโก้รูป “แมวเมา”



นี่เป็นอีกร้านที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวในชุมชน แม้จะเข้าใกล้ใจกลางเมืองเข้ามาหน่อย แต่โลเคชันต้องค้นหาพอสมควร แถมยังไม่มีชื่อร้านอย่างเป็นทางการ นอกจากโลโก้รูปแมวเมา และถ้าดูภาพร้านจากภายนอกเราอาจคิดว่ามันคือศาลเจ้าที่สร้างให้ทันสมัยขึ้น ผู้ก่อตั้งคือเด็กหนุ่มอย่างเอิร์ธ เกิดที่ะนอง ไปเติบโตที่ภูเก็ต และกลับมาระนองเพื่อเปิดร้าน
เมื่อเข้าไปมันไม่ใช่ศาลเจ้า แต่เป็นเหมือนวิหาร มันถูกออกแบบมาให้มีความซับซ้อน แต่ดูโปร่งโล่ง ชั้นหนังสือเป็นเหมือนกำแพงกั้นส่วนทางเดินกับทางเข้า ส่วนชั้นวางแก้วเป็นความตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกแก้วที่ตรงกับใจตัวเองได้
ร้านแมวเมาใช้เวลาสร้างตัวอาคารนานกว่า 5 ปี และเพิ่งเปิดได้เพียง 4 เดือน ร้านเปิดเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ปิดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เราถามเอิร์ธว่าทำไมเป็นแบบนั้น เขาตอบแบบไม่ลังเลว่า เพราะวันเสาร์อาทิตย์น่าจะขายดี เจ้าของร้านตอบอย่างมั่นใจว่า เขาตั้งใจแบบนั้น เพราะกลัวว่าถ้าเปิดวันหยุดแล้วเขาจะบริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่ กลัวลูกค้าเสียอารมณ์ เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
เอิร์ธใส่ใจทุกขั้นของการทำกาแฟ ทุกแก้วคือความใส่ใจทุกขั้นตอน รสชาติกาแฟของเขาจึงเหมือนกับสิ่งที่เป็นตัวเขานั่นเอง แม้ที่ร้านจะมีเมนูไม่เยอะ แต่ถ้าใครสอบกาแฟที่ดื่มด่ำ บรรยากาศสบาย ดนตรีที่เหมือนเพลย์ลิสต์ที่เราเปิดฟังที่บ้าน
ในอนาคตแมวเมาอาจมีเครื่องดื่มอื่นๆ บริการเพิ่มเติม แต่ตอนนี้เขาตั้งใจให้ร้านดำเนินไปอย่างช้าๆ อย่างที่ตั้งใจ
“กาหยู” Terroirs จากเกาะพยาม




หลังจากที่เรามาถึงสนามบินจังหวัดระนอง ขณะรอเวลาเทคออฟเพื่อกลับบ้าน ภาพข่าวโครงการแลนด์บริดจ์ จากการผลักดันของพรรคภูมิใจไทยกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักในสังคม ส่วนใหญ่มักอ้างเรื่องเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าของโครงการ มูลค่าของการก่อสร้าง รายได้ประชากรในท้องถิ่น และทิ้งท้ายเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ โครงการของรัฐที่ใกล้เคียงแลนด์บริดจ์และได้รับการผลักดันไปแล้วนั่นคือเซาท์เทิร์นซีบอร์ด โครงการนั้นได้ถนนที่มีเกาะกลางขนาด 200 เมตร
ในกระเป๋าเดินทางของเราแบกของฝากที่น่าทึ่งมาอย่างนึงจากเกาะพยาม นั่นคือ “กาหยู” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มะม่วงหิมพานต์” ทำไมกาหยูจากเกาะพยามถึงอร่อยกว่ากาหยูจากที่อื่น นั่นคือคำถามที่ผมพยายามตามหาคำตอบ
มันอาจจะเป็นเพราะ Terroirs คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส อ่านว่าแตร์รัว แตร์รัวไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ ดินที่นั่นดีกว่าที่อื่น หรือพื้นที่นั้นเหมาะกับการปลูกพืชชนิดหนึ่งมากกว่าที่อื่น แต่มันยังมีปัจจัยอื่นอีกเช่น ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ดิน และวิธีการจัดการ ซึ่งอันหลังมันคือเทคนิคเฉพาะถิ่นในการปลูกและการดูแลที่สืบทอดกันมา ซึ่งทำให้ผลผลิตจากพื้นที่หนึ่งต่างจากอีกพื้นที่หนึ่งอย่างสังเกตได้
กาหยูที่เกาะพยายาม จะอร่อยในแบบของเขา เพราะเป็นกาหยูที่ปลูกแบบธรรมชาติ ผมถามกับคนขายกาหยู ว่าเขามีวิธีการแปรรูปอย่างไร เขาบอกว่าพวกเขาลองมาหลายวิธีแล้ว และพบว่าวิธีที่พวกเขาทำดีที่สุด ทั้งรักษารสชาติรวมถึงทำให้เก็บรักษาได้นานขึ้น
ปัจจุบันชาวสวนกาหยูหลายคนก็ปรับปรุงพื้นที่ตัวเองไปปลูกต้นยางแทน เพราะการรับซื้อจากพ่อค้าคนกลางถูกกดราคาทำให้ชาวสวนไม่คุ้มค่าในการปลูก และปีนึงเก็บเกี่ยวได้เพียงครั้งเดียว ทำให้กาหยูจากเกาะพยามหาได้ยากขึ้น
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง แน่นอนไม่มีใครหยุดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งของโลก รวมถึงทุกสิ่ง ซึ่งบางครั้ง แม้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะไม่ได้มีเหตุผลดีๆ มารองรับก็ตาม
พิกัดร้านและสถานที่ต่างๆ
- ร้านอาหาร J&T
- ร้านคุ้นลิ้น
- ก๋วยเตี๋ยวเป็ดโชกุน
- น่ำเซ่งฮวด
- Real: Coffee Room
- ร้านกาแฟไม่มีชื่อ โลโก้แมวเมา
- ท่าเรือเกาะพยาม
บรรณาณุกรม











