Monday, June 22, 2026
  • Login
  • Register
spikewrite.com
  • Article
  • Review
  • Podcast
  • Fiction
  • Our Authors
No Result
View All Result
spikewrite.com
  • Article
  • Review
  • Podcast
  • Fiction
  • Our Authors
  • Login
  • Register
No Result
View All Result
spikewrite.com
No Result
View All Result

17.00 – 18.00 นาฬิกาของทุกวัน

เรื่องสั้นโดย กิตติศักดิ์ คงคา

กิตติศักดิ์ คงคาbyกิตติศักดิ์ คงคา
in Short Story
Reading Time: 3 mins read
4
Home Short Story
20
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

เรื่องสั้น 17.00 – 18.00 นาฬิกาของทุกวัน ของ กิตติศักดิ์ คงคา เป็นเรื่องที่สองใน Short Story Season (SSS) : Winter ด้วยเนื้อหาประเด็นเดียวและมีตัวละครหลักเพียงสองตัว แต่ทำให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นความคลุมเครือของเหตุการณ์ที่เล่นกับปัญหาเชิงจิตเวชได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ในบรรณพิภพ แต่มีผลงานการเขียนอย่างต่อเนื่อง น่าจับตามอง


“ฉันจะฆ่าตัวตาย”

แม่พูด และวางปืนลงบนโต๊ะ หลังจากพ่อตายไป แม่ก็ไม่เคยเหมือนเดิม แม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า หนักหน่วง ยาวนาน 

“วันนี้แม่กินยาหรือยัง”

ผมถาม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แม่ไม่ตอบ แต่พูดกับผมต่อว่าจะฆ่าตัวตายแบบไหน ด้วยวิธีใด และอย่างไรบ้าง นานเกือบหนึ่งชั่วโมงที่แม่ร้องไห้ฟูมฟาย ผมนั่งฟังอยู่เงียบๆ จนเสียงเพลงชาติดัง แม่ก็หยิบยามากินตามกำหนด และเดินเข้าห้องนอนไป

            นี่เป็นกิจวัตรที่ผมต้องเจอมาเป็นเวลาเกือบหกเดือนแล้ว ในเวลา 17.00 – 18.00 นาฬิกาของทุกวัน แม่จะหยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะ และขู่จะฆ่าตัวตาย ซ้ำไปซ้ำมา 

            ในตอนแรกผมพยายามทำทุกวิถีทาง อ้อนวอน ปลุกปลอบ ให้กำลังใจ ข่มขู่ ประชด จนทั้งหมดกลายเป็นความสิ้นหวัง เมื่อแม่บอกว่าจะตาย ผมก็เหมือนต้องตายตามไปด้วย ผมมักจะนั่งหันหลังให้แม่ รับฟัง และร้องไห้ออกมาอย่างเหลือทน

            แม่จะเก็บปืนนั่นไว้ใต้หมอน ปืนที่พ่อทิ้งไว้เป็นของต่างหน้า ในทุกคืนผมมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นตอนกลางดึก เหมือนได้ยินเสียงปังดังลั่นมาจากความลี้ลับของบ้าน 

            หลายต่อหลายคืนผมจะเดินไปที่ห้องแม่ เอาหูแนบกับประตู พยายามจะฟังว่าแม่ได้ตายไปแล้วหรือเปล่า แม่ฆ่าตัวตายไปจริงแล้วหรือเปล่า จนได้ยินเสียงกรนของแม่ ผมก็จะกลับขึ้นไปนอนอีกครั้ง หลับไปกับฝันร้ายที่ทำให้ตัวชุ่มเหงื่อทุกครั้งที่ลืมตา

            แม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ขณะที่ผมได้รับการวินิจฉัยว่าสุขภาพจิตแข็งแรงดี แต่เกือบสองร้อยวันผ่านไป ผมตัดสินใจกลับไปพบจิตแพทย์อีกครั้ง 

            ระยะหลังผมไม่สามารถอยู่ที่แคบๆ กับแม่ได้ เช่น รถยนต์ ห้องปิด ผมเคยไปโดนตัวแม่โดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเผลออาเจียนออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือสั่น ตัวสั่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วเหมือนคนจะตาย ผมได้รับของขวัญใหม่เป็นโรคซึมเศร้าที่มีอาการวิตกกังวลเด่นชัด

            นั่นคือช่วงเวลาที่มืดบอดที่สุดในชีวิตผม เหมือนเป็นกลางคืนที่ยาวนานไม่มีจุดสิ้นสุด ผมกินยาแผงแล้วแผงเล่า ขอร้องให้แม่กินยาแผงแล้วแผงเล่า ผมไม่คิดแม้กระทั่งตัวเองจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมด้วยซ้ำ เพราะผมไม่เคยหาคำตอบได้ 

            ผมแค่รอความหวังที่อรุณรุ่งพรุ่งนี้จะยังมา เช้าวันใหม่ที่อาจจะหมายถึงตัวผมคนเดิม คนที่ยิ้มและหัวเราะได้อย่างมีความสุข มีความหลงใหลใฝ่ฝันอย่างที่มนุษย์สักคนควรจะมี

สนับสนุนสปอนเซอร์ Spike Write สนับสนุนสปอนเซอร์ Spike Write สนับสนุนสปอนเซอร์ Spike Write
ADVERTISEMENT

            ผ่านไปเกือบปี จิตแพทย์บอกว่าแม่หายแล้ว ผมยังจำวันนั้นได้ดีที่สุด แม่เดินออกมาจากห้องตรวจ พูดกับผมด้วยเสียงเรียบนิ่ง 

“หมอบอกว่าแม่หายแล้ว แม่ไม่ต้องกินยาแล้ว” แม่เว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ 

“นี่คือของขวัญที่ดีที่สุดที่แม่เคยได้มาในชีวิต”

แม่พูด ผมฟัง และร้องไห้ออกมา แม่ไม่ขู่จะฆ่าตัวตาย ไม่ขู่จะมีสามีใหม่อีกแล้ว แม่ไม่ขู่จะไล่ผมออกจากบ้าน ไม่แล้ว แม่ไม่ได้ทำแบบนั้นอีกเลย

เรื่องสั้น 17.00 – 18.00 นาฬิกาของทุกวัน ของ กิตติศักดิ์ คงคา

            ผมได้รับคำสั่งให้หยุดยารักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลหลังจากที่แม่รักษาจนหายแล้วเป็นเวลาเกือบสามเดือน

สนับสนุนรายได้ของ Spike Write สนับสนุนรายได้ของ Spike Write สนับสนุนรายได้ของ Spike Write
ADVERTISEMENT

“ไปมีชีวิตได้แล้วนะ” จิตแพทย์พูด ผมยังจำน้ำเสียงนั้นได้ดี ผมได้ชีวิตคืนมา รุ่งสางของผมมาถึง 

“ผมหายแล้วเหรอครับ”

“หายแล้ว” 

ผมถาม และได้คำตอบหนักแน่นกลับมา ผมเดินออกจากโรงพยาบาล ผมโทรบอกแม่ ไม่รู้ว่าทำไม แม่ตอบกลับมาว่า 

“กลับบ้านนะ กลับมากินข้าวด้วยกัน” ตอนนั้นผมรู้สึกว่าบ้านคือบ้านจริง ๆ

            ผมใช้ชีวิตเรื่อยมาใต้แสงตะวันอุ่น แทบจะลืมไปแล้วว่าความมืดมิดของค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเช่นไรบ้าง ทำงานวันต่อวัน สังสรรค์กับเพื่อน นั่งนับวันเงินเดือนออก เกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าห้วงเวลาเลวร้ายที่ผ่านมาเป็นอย่างไร จนกระทั่งบริษัทที่ผมทำงานด้วยปรับผังองค์กรใหม่ และผมถูกเชิญออกจากงาน 

            ความจริงนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องออกจากงานกะทันหัน แต่นั่นก็เป็นอีกครั้งที่ผมอาเจียนออกมาอย่างหมดไส้หมดพุง มือสั่น ใจสั่น ร้องไห้ หายใจเร็วเหมือนคนกำลังจะตาย ผมควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง รู้สึกเหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป

            ผมคิดว่าอาจจะแค่คิดไปเอง วิตกจริตไปชั่วครั้งชั่วคราว แต่ยิ่งสืบค้นและติดตามไปในแต่ละห้วงอารมณ์ ผมยิ่งค้นพบว่าไม่ใช่ ผมไม่ใช่ใครคนเดิม ไม่ใช่คนเดียวกับอีกคนก่อนที่จะผ่านพ้นคืนค่ำที่แล้ว 

            ผมอ่อนไหวไปกับทุกเรื่อง บางวันแค่ฝนตก ผมก็ร้องไห้ บางครั้งแค่ทะเลาะกับเพื่อนในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มือก็สั่น ไม่ว่าจะเรื่องเล็กจ้อยแค่ไหน การตอบสนองของร่างกายของผมยิ่งใหญ่ และมากเกินไปเสมอ

            “ร่างกายคุณไม่เหมือนเดิมแล้ว” ผมตัดสินใจกลับไปพบจิตแพทย์ 

“คุณเคยเป็นโรค พยาธิสภาพเหล่านั้นจะไม่หายจากคุณไปไหน ถึงแม้ว่าจะรักษาหายแล้ว แต่สมองของคุณก็ไม่ได้กลับมาเป็นแบบเดิม คุณจะมีความเสี่ยงในการกลับไปป่วยมากกว่าคนปรกติ และคุณก็มักจะมีอาการวิตกกังวลมากกว่าคนปรกติ” 

ผมเข้าใจทุกคำ ทุกประโยค เข้าใจในความจริงแท้ว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิม ผมกลับมาที่บ้าน แบกความรู้สึกหนักอึ้งกลับมา รู้สึกเหมือนตัวเองกลายร่างเป็นใครหรืออะไรสักอย่างที่ผมเองก็ไม่ค่อยจะรู้จักเท่าไหร่นัก

            ผมเปิดประตูเข้าไป เจอแม่กำลังนั่งเล่นกับหมา หัวเราะอารมณ์ดี เหมือนแม่ไม่เคยเศร้า ไม่เคยเจ็บปวดมาก่อน ชั่วเสี้ยวลมหายใจหนึ่ง ผมโกรธแม่มาก โกรธที่แม่เคยทำร้าย โกรธที่แม่ทำให้ผมไม่สามารถกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก โกรธที่แม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้ผมไปทั้งชีวิต 

แต่ก็แค่เสี้ยวเดียว…

แววตาตรงหน้าทำเอาผมหยุดนิ่งไปในห้วงความรู้สึกท่วมท้น แม่หันมามอง เค้ารางนั่นคือบ้านที่ผมแสวงหามาทั้งชีวิต ผมเดินไปกอดแม่ ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

เสียงเพลงชาติร้องดังมาเป็นฉากหลัง แต่ครั้งนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ผมร้องไห้ออกมาไม่หยุด สะอึกสะอื้นมากมาย แต่แม่ไม่ได้ถาม แค่กอดตอบ นุ่มนวลและอบอุ่นกว่าทุกครั้ง และในอ้อมอกแม่ ผมได้ค้นพบอะไรบางอย่าง

            ค่ำคืนที่ผ่านฝากรอยแผลที่ไม่อาจลบหาย เตือนว่าครั้งหนึ่งผมได้เฉือนเลือดเนื้อและชีวิตของตัวเองให้กับใครคนหนึ่ง ใครคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งก็ได้เฉือนเลือดเนื้อและชีวิตของตัวเองให้กับผมมา รุ่งรางนั่นอาจจะได้ไม่สวยงามเท่าที่ผมเคยหวังไว้ แต่ไม่เป็นไร 

…เพราะอย่างน้อย นั่นคือแดดแห่งเช้าวันใหม่ที่ผมเลือกเอง


Related

Share2Tweet1Share
กิตติศักดิ์ คงคา

กิตติศักดิ์ คงคา

กิตติศักดิ์ คงคา เป็นนักเขียนหน้าใหม่ในบรรณพิภพ มีผลงานการเขียนบ้าง แต่ไม่มาก ความพยายามหลักคือการหยัดยืนสร้างคุณค่าของตัวตนให้ทัดเทียมกับคำว่านักเขียนสักครั้ง

RelatedPosts

เรื่องสั้น เคหาสน์มืด (The Dark House) โดย Sadeq Hedayat
Short Story

เรื่องสั้น เคหาสน์มืด (The Dark House) โดย Sadeq Hedayat

November 17, 2025
35
สุนัขจรจัด, The Stray Dog, Sadeq Hedayat,
Short Story

เรื่องสั้น สุนัขจรจัด (The Stray Dog) โดย Sadeq Hedayat – วรรณกรรมแปล

October 20, 2025
64
ปกเรื่องสั้น "เธอ" โดย Kireina Kura - เรื่องราวของนักเขียนที่เผชิญกับภาวะซึมเศร้า
Short Story

เรื่องสั้น เธอ – Kireina Kura

October 17, 2025
54
คุยกับ ทราย เจริญปุระ : เมื่อการ (หยุด) เล่าคือการเยียวยา
Interview

คุยกับ ทราย เจริญปุระ : เมื่อการ (หยุด) เล่าคือการเยียวยา

August 1, 2025
961
Next Post
ชีวิตโดยย่นย่อไร้สรุป

ชีวิตโดยย่นย่อไร้สรุป

ลูก (ไม่) รักของ ‘พระเจ้า’

ลูก (ไม่) รักของ ‘พระเจ้า’

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ขาไก่หิมพานต์ แฮ่ แฮ่ ขาไก่หิมพานต์ แฮ่ แฮ่ ขาไก่หิมพานต์ แฮ่ แฮ่

Recent Posts

Sanctify

Sanctify กัดกร่อนวิญญาณ: หากความพยาบาทเป็นของหวาน ซาตานคงเป็นผู้เสิร์ฟ

June 17, 2026
สุดเส้นเมฆขาวยาวเงิน

สุดเส้นเมฆขาวยาวเงิน : รีวิวนิยาย

June 13, 2026
เมฆหลากสีลอยเกลื่อนจนเอื้อมคว้า: นิยายเกย์ที่จะพาคุณเอื้อมถึงความอบอุ่นในหัวใจอีกครั้ง

เมฆหลากสีลอยเกลื่อนจนเอื้อมคว้า: นิยายเกย์ที่จะพาคุณเอื้อมถึงความอบอุ่นในหัวใจอีกครั้ง

June 10, 2026
เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว ๆ เมี้ยว เหมียว เหมียว เมี้ยว ๆ

เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว ๆ เมี้ยว เหมียว เหมียว เมี้ยว ๆ

June 5, 2026
ไส้เดือนตาบอด

ไส้เดือน(ไม่ได้) ตาบอดในเขาวงกต

June 1, 2026

Popular posts this month

  • พนักงานออฟฟิศกับชีวิต Work (ไร้) Balance

    พนักงานออฟฟิศกับชีวิต Work (ไร้) Balance

    59 shares
    Share 24 Tweet 15
  • บทสัมภาษณ์: กิตติศักดิ์ คงคา นักเขียนข้างบ้านผู้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักอ่านด้วยแพสชัน

    12 shares
    Share 5 Tweet 3
  • Let’s talk ! คุยกับ Gap.Bumseeker การเดินทางที่ไม่มีคำว่ากลัว

    7336 shares
    Share 2979 Tweet 1815
  • แนะนำ โคนัน เดอะมูฟวี่ ภาคไหนสนุกจนลืมไม่ลง!

    168 shares
    Share 79 Tweet 37
  • วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย: ร่วมสำรวจความตายที่กลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบ่อ

    7 shares
    Share 3 Tweet 2
Hamlet Hamlet Hamlet
ADVERTISEMENT

Gallery

กิตติศักดิ์ คงคา
กิตติศักดิ์ คงคา
จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท
จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท วันเปิดตัว “วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย” ภาพถ่ายโดย นิวัต พุทธประสาท
วีรพร นิติประภา ภาพถ่ายโดย นิวัต พุทธประสาท
เธอทำลาย, เธอกล่าว
เธอทำลาย, เธอกล่าว
gap
Gap
อินทิรา เจริญปุระ
เชคสเปียร์
First Folio ฉบับ Copy และผลงานแปลฉบับภาษาไทย สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม
ต้นกาหยูป่า
Wiwat
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒณ์วงศา

About Us

Spike Logo

Categories

  • Article
  • Books Review
  • Download
  • Fashion
  • Film Review
  • Interview
  • Literature
  • Music
  • Novel
  • Podcast
  • Poem
  • Review
  • Short Story
  • Sound
  • Travel Trip
  • writing

Tag

Before It Starts to Rain bungo stray dogs existentialism features post Film Inio Asano literature liverpool manga Music Orca Rabuka Review Sadeq Hedayat shoegaze short stories Short Story Short Story Season short story winter Sound steppenwolf The Stray Dog travel weird fiction William Shakespeare การอ่าน คณะประพันธกรจรจัด จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ทราย เจริญปุระ นักเขียน นิวัต พุทธประสาท บทความ ฝึกงาน ฝึกงานสำนักพิมพ์ ร เรือในมหาสมุท วงการหนังสือ วรรณกรรม วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา หิมะแดง อนิเมะ เครื่องเสียง เธอทำลาย เธอกล่าว เม่นวรรณกรรม เม่นวรรณทอร์ค เรื่องสั้น

Review

The Jug & Bottle โรงแรมในลิเวอร์พูล ที่อยู่นอกเมือง

The Jug & Bottle

การนอนนอกเมืองลิเวอร์พูลนั้นไม่ได้ลำบากอะไรเลย โดยเฉพาะถ้าได้นอนโรงแรม Jug & Bottle ที่มีราคาสมเหตุสมผล มีประวัติยาวนาน สะอาด สวยงาม และไม่ควรพลาดเดินเดี่ยวที่ Heswall
รีวิว Rega Planar 1 : เครื่องเล่นแผ่นเสียง งบประมาณต่ำที่ดีที่สุด…ในโลก…ตลอดกาล?

Rega Planar 1

Rega Planar 1 เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาประหยัดที่พัฒนามาจากรุ่น RP1 ด้วยการออกแบบใหม่ ใช้งานง่าย ปรับปรุงโทนอาร์ม RB110 และคุณสมบัติเด่นมากมาย เสียงของมันแม่นยำและมีพลัง ฿14000
AIWA MI-X100 RETRO

AIWA MI-X100 RETRO

Aiwa MI-X100 RETRO เป็นลำโพงที่ฟังสบาย ไม่ขับเน้นเสียงใดเสียงหนึ่ง สามารถฟังได้หลายแนวเพลง ฟังได้นาน แบตเตอรีใช้งานได้อย่างยาวนาน ฿2790

© 2026 Spike Write - Premium News & Magazine blog by Spike Write.

Welcome Back!

Sign In with Facebook
Sign In with Google
OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Sign Up with Facebook
Sign Up with Google
OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

  • Login
  • Sign Up
  • Cart
No Result
View All Result
  • Article
  • Review
  • Podcast
  • Fiction
  • Our Authors

© 2026 Spike Write - Premium News & Magazine blog by Spike Write.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.
Not enough quota to unlock this post
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?