เธอทำลาย, เธอกล่าว หนังสือรวมเรื่องสั้น 8 เรื่องโดยสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ผลงานจากปลายปากกาของ 8 นักเขียนหญิงแถวหน้าของวงการวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ได้แก่ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท, ตินกานต์, พิราอร กรวีร์, Mind Da Hed, อุรุดา โควินท์, อินทิรา เจริญปุระ, ใหม่ ศุภรุจกิจ และพวงสร้อย อักษรสว่าง เล่าด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังจากมุมมองของผู้หญิงถึงผู้หญิง ผ่านความสัมพันธ์ที่เป็นศัตรู คู่รักหญิง แม่ หญิงรับใช้ หรือแม้กระทั่งสุนัขเพศเมีย สะท้อนชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความปรารถนา และความรวดร้าว ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
“มีเพียงผู้ที่สามารถรักได้อย่างลึกซึ้งเท่านั้นที่จะโศกเศร้าได้อย่างล้ำลึก ทว่าความจำเป็นที่จะต้องรักนั้นได้นำไปสู่การทำลายความระทมทุกข์และเยียวยาพวกเขาขึ้นมาใหม่”
(เลโอ ตอลสตอย, นักเขียนชาวรัสเซีย)
สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาคือหน้าปก ชื่อเรื่อง และนามของนักเขียน หนึ่งในสามองค์ประกอบนี้ได้ชักนำให้ค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วสัมผัสขอบกระดาษแล้วเริ่มเปิดอ่านหน้าแรก หน้าถัดไป จวบจนถึงหน้าสุดท้ายของตอนจบ และได้พบกับความเป็นมนุษย์ของพวก ‘เธอ’ ที่ประกอบสร้างจากความรักหลายรูปแบบ แตกสลายจากรอยร้าว และอบอวลด้วยรสชาติชีวิต ดังนั้นผู้เขียนจึงขอหยิบเอา 3 เรื่องสั้นจากทั้งหมด 8 เรื่องมารีวิว ‘ด้วยการทำลายนี้เอง สิ่งใหม่จะถือกำเนิดขึ้น’ ได้อย่างไร ผ่านการนิยามความหมายของคำว่า “รัก” เพียงหนึ่งคำ
1 “รัก” คือการทำให้เธอเชื่อง
“เธอทำลายชีวิตแต่งงานสุดเพอร์เฟกต์ของฉัน”
(จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท, 2568, ห.26)
ถ้าเราต้องแต่งงานโดยไม่มีสิทธิ์เลือกแม้กระทั่งคู่ชีวิตที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข แต่แลกมาด้วยความเหมาะสม การมีหน้ามีตาทางสังคม และฐานะที่สุขสบาย ภายใต้คำพูดของผู้ใหญ่ที่ว่า “อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง” ความเชื่อนี้เคยเป็นตามนั้นจริงหรือ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงถูกกระทำไม่ต่างจากพวกเธอเป็นสมบัติของครอบครัว เป็นสิ่งของของสามี เป็นแม่บ้านที่ถูกกดหัวให้ทำตัวเชื่อง คิดว่าจูงจมูกง่ายไม่ต่างจากสัตว์ สิ่งนี้เองฝังรากลึกในสังคมชายเป็นใหญ่โดยพวกเขา ‘เชื่อ’ ว่าสามารถควบคุมพวกเธอได้
เรื่องสั้น My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์ โดยจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เรื่องราวของเฟรนด์หญิงสาวผู้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมทั้งหน้าตา การศึกษา และฐานะ เธอไม่ต้องทำงานหนักเพราะได้สามีเป็นหมอซึ่งเขามีฐานะทางบ้านร่ำรวยไม่แพ้กัน ทว่าชีวิตรักหกปีของเธอกลับพังลงเพียงเพราะจับได้ว่าสามีคบชู้ ซันเดย์นักศึกษาสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเจ้าหมาตัวเล็ก คือนางมารร้ายที่เข้ามาทำลายชีวิตแต่งงาน แต่แทนที่เฟรนด์จะเลือกแฉเมียน้อยหรือจัดการกับคนของตัวเองให้เด็ดขาด เธอกลับค่อย ๆ ลงโทษซันเดย์ด้วยความรักและเอาคืนสามีตัวดีด้วยความใคร่ได้อย่างเจ็บแสบถึงทรวง จากการที่เขาดันริอ่านอยากมีเมียน้อยเสียเอง
นิยามความรักมีหลายรูปแบบ จากคำกล่าวของชาวเอ็กซ์ (ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X) ที่ว่า “ถ้าหมารักจะจรจัดก็ต้องห้อยป้ายว่าฉีดวัคซีน ถ้าผู้ชายรักเจ้าชู้ต้องมีเงินและส่วนเกินต้องอยู่เป็น” สะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างในสังคมที่แม้ผู้หญิงจะไม่ยินยอมให้สามีมีคนอื่น แต่ก็ไม่อาจฝืนสันดานมักมากของผู้ชายได้ เช่นเดียวกับในเรื่องสั้นขณะที่อ่านผู้เขียนสัมผัสได้ถึงรสชาติความเปรี้ยว เผ็ด แซ่บ ของเฟรนด์ที่เป็นผู้หญิงสวยเริ่ดและใจเด็ด ชีวิตแต่งงานที่ถูกทำลายทำให้เธอกลายเป็นผู้กุมบังเหียนในความสัมพันธ์ แม้จะจบด้วยรสชาติที่มีความขมติดปลายลิ้นแต่ผู้เขียนขอยอมรับจริง ๆ ว่าแอบตบเข่าสะใจเบา ๆ
2 “รัก” คือการเทิดทูนเธอ
ถึงอย่างนั้น ใจฉันยังเวียนวนอยู่กับความรู้สึกผิดบาป ไม่เคยกล้าขยับชีวิตจากจุดที่ยืนอยู่ คิดเพียงว่าการพบเธอคงเป็นพรสูงสุดของชีวิตนี้แล้ว
(ตินกานต์, 2568, ห.51)
สำหรับคู่ชีวิตที่สิ้นรักบางครั้งการหย่าอาจเป็นของขวัญที่ดีที่สุด การปล่อยมือจากกันให้เป็นอิสระคงเป็นหนึ่งในนิยามของความรักรูปแบบหนึ่งที่หมายถึง ‘การรักตัวเอง’ ผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาหนึ่งครั้ง อาจถูกตราหน้าว่าเป็นของมือสองหรือเป็นของมีตำหนิ แต่อย่าลืมว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงทุกคนควรค่ากับการได้เป็นฝ่ายรักและฝ่ายที่ถูกรักเสมอ ตราบใดที่เธอเดินเข้าไปในความสัมพันธ์นั้นอย่างถูกต้อง
เรื่องสั้นปรารถนา โดยตินกานต์ เรื่องราวของเธอทั้งสอง วันนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจเธอเดินเข้าไปในห้องเรียนลีลาศ ทำให้ได้พบกับหญิงสาวซึ่งเป็นครูผู้ช่วยสอนเต้น แรงดึงดูดปริศนาก่อเกิดท่ามกลางฟลอร์เต้นรำโดยมีอีกฝ่ายเป็นผู้ชักนำจังหวะ ค่อย ๆ เปิดเปลือยแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในห้วงลึก ตราบาป มือที่สาม เดรสม่วงไอริส และลิปติกแดงพลัม จากครูสอนเต้นกับนักเรียนเรียนเต้นสู่คนรัก ณ ช่วงเวลาที่สังคมยอมรับครอบครัวที่ต้องประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก เท่านั้น แต่เธอทั้งสองกลับเลือกมองไปอนาคตข้างหน้าโดยไม่สนคำนิยามของสถานะ เพราะปรารถนาเพียงที่จะได้รักกันจวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
ถ้าพูดถึงรสชาติที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้เขียน ต่อให้มีวันที่โหยหาน้ำหวานมาดับกระหายให้ชื่นใจแต่ก็ไม่อาจทดแทนรสชาติของน้ำเปล่าที่ดื่มอยู่ทุกวันได้ เช่นเดียวกับการได้ลิ้มลองเรื่องสั้นเรื่องนี้ เราจะพบกับความหวานและบาดคอด้วยความซ่าเพียงช่วงต้น และค่อย ๆ กลายเป็นน้ำเปล่า มันคือความธรรมดา ไม่หวือหวา แต่ไม่เคยทำร้ายสุขภาพเรา เฉกเช่นกับการที่พวกเธอได้ทำลายค่านิยมบางอย่างทางสังคม และสร้างนิยามความรักในแบบของพวกเธอเองขึ้นมาได้อย่างมั่นคง
3 “รัก” คือการฆ่าเธอให้ตาย
มนุษย์คือสัตว์ที่เต็มไปด้วยปริศนาและการคาดเดาไม่ได้ ในความตายมีความรัก ในความรักมีความเศร้า และในความเศร้านั่น เราก็อาจจะยังมีความหวัง
(พวงสร้อย อักษรสว่าง, 2568, ห.181)
ในโลกที่ความหวังสามารถถูกทุบทำลายได้ทุกเมื่อแต่มนุษย์ยังคงเชื่อและศรัทธาในความหวัง หากพูดถึงอาชีพที่แลกด้วยสุขภาพจิต ใช้กำลังสมองและสองมือสร้างสรรค์ผลงานที่กลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณ สำหรับผู้เขียนคงนึกถึงอาชีพนักเขียน นักแปล และนักวาด แล้วถ้าหากเราเกิดมาเพื่อทำในสิ่งที่รักแต่วันหนึ่งกลับไม่อาจทำสิ่งนั้นได้อีกต่อไปเพราะปัญหาสุขภาพ ความหวังนั้นจะยังคงมีอยู่หรือไม่ หรือสูญหายไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
เรื่องสั้นคลื่นกระแทก โดยพวงสร้อย อักษรสว่าง เรื่องราวของเฌอเธอเป็นนักแปลและนักเขียนที่มีปัญหาสุภาพจนต้องเข้ารักษาตัว ทำให้ได้พบกับมะลุลีนักกายภาพบำบัดสาว เฌอมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบซึ่งสาเหตุมาจากการถูกคนรักเก่าทำร้าย ความลับที่เขาพร่ำบอกไม่ใช่การทำเพื่อไม่ให้คนในที่ทำงานรู้ว่ามีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับลูกค้า แต่หมายความว่าเธอไม่ใช่แฟนตัวจริงต่างหาก ระหว่างเฌอกับมะลุลีไม่ใช่ทั้งเพื่อนและคนใกล้ชิด แต่มะลุลีเป็นคนที่ได้รับฟังเรื่องราวของเธอตั้งแต่เรื่องงานไปถึงเรื่องอื่น ๆ เพราะรอยร้าวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ไม่ได้กัดกินเธอให้เจ็บปวดแค่เพียงกายแต่ยังซึมลึกไปถึงจิตใจ
หากใครลงไปเล่นทะเลคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผลอกลืนเอาความเค็มและขมฝาดของน้ำนั้นเข้าปาก เฉกเช่นเดียวกับรสชาติของเรื่องสั้นเรื่องนี้ เฌอทั้งโดนคนรักเก่าหลอก รู้สึกผิดกับอุบัติเหตุ และมีอาการเจ็บปวดทางกายจนแทบไม่สามารถเขียนงานได้ ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งถูกทำลายลงในช่วงสั้น ๆ เหมือนกับโดนคลื่นกระแทกใส่ ถ้าสองขายืนหยัดไม่ไหวจนล้มลงก็อาจถูกพัดพาให้จมหายไปกับคลื่นลูกนั้น แม้จะมีความปรารถนาดีจากมะลุลีก็ไม่อาจฉุดรั้งเธอขึ้นมาได้ ในส่วนตอนจบที่เฌอได้สร้างบางอย่างทิ้งไว้ทำเอาตัวผู้เขียนรู้สึกสะเทือนอารมณ์เหมือนโดนมวลน้ำตาเค็ม ๆ ซัดใส่ไม่ต่างกัน
สุดท้ายนี้ แล้วทำไมความเป็นหญิงสาวจึงเจ็บปวด? คงเป็นเพราะความสวย ความสาว และความไร้เดียงสาใน “รัก” ที่ทำร้ายพวกเธอได้มากที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบไหนก็ตาม นอกจากทั้ง 3 เรื่องที่ผู้เขียนหยิบมารีวิวยังมีเรื่องอื่น ๆ ในเล่มที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หากอยากรู้ว่าพวกเธอที่เหลือทำลายและสร้างอะไรขึ้นมา สามารถหาซื้อจับจองหนังสือรวมเรื่องสั้น เธอทำลาย, เธอกล่าว ได้ผ่านช่องทางสั่งซื้อของสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม พร้อมของแถมสุดพิเศษ “การ์ดภาพ 9 ใบ” ด้วยนะ