บรรณาธิการ และภาพประกอบ โดย วัลคุ์วดี ชุมจุล หอศิลป์ชีวิต 24/7
หอศิลป์ชีวิต 24/7 เรื่องสั้นของ 'พิมพ์ไม่มีการันต์' ไม่เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ หากเป็นโลกอีกใบที่คุ้นเคยอย่างการไถหน้าฟีดโซเชียลฯ...
ประตูสีฟ้าเปิดต้อนรับคุณอีกครั้ง…เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ลองจินตนาการถึงหอศิลป์แห่งหนึ่งที่ไม่เคยปิด ไม่มีเวลาทำการ และไม่ต้องซื้อบัตรผ่านประตู มีเพียงฝูงชน “ไร้ใบหน้า” เดินเบียดเสียดกันเพื่อชมผลงานของคนแปลกหน้า ทุกภาพมีเรื่องราว ทุกเรื่องราวมีคนมุงดู พร้อมเสียงชื่นชมและเสียงแซะที่ปะปนกันจนยากจะแยกออกว่าอะไรคือความจริงใจ และอะไรคือการแสดง
“หอศิลป์” ในเรื่องสั้นของพิมพ์ไม่มีการันต์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ หากเป็นโลกอีกใบที่หยิบโมงยามคุ้นเคยอย่างการไถหน้าฟีดโซเชียลมีเดียมาขยายกลายเป็นนิทรรศการสุดพิสดาร ตั้งแต่ภาพสาวในชุดบิกินี่ถูกยำทั้งชมทั้งด่า ร้าน ‘มิสฟลาวเวอร์’ ฉวยจังหวะข่าวฉาวมาขายกระเช้าดอกไม้ ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงงดงามจนกลบกลิ่นเหม็นของชุมชนแออัด ไปจนถึงห้องส่วนตัวซึ่งแท้จริงแล้วไม่เคยมีสิ่งใดเป็นส่วนตัวเลย
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในหอศิลป์แห่งนี้ เราอาจยิ่งรู้สึกคุ้นเคย และในขณะเดียวกันก็ยิ่งเหนื่อยล้า เพราะนี่คือพื้นที่ที่ทุกอย่างถูกนำมาจัดแสดง ทุกเรื่องกลายเป็นคอนเทนต์ และทุกสายตากลายเป็นผู้ชม
ท่ามกลางความวุ่นวาย มีประโยคหนึ่งปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คิดถึงหอศิลป์ที่เป็นหอศิลป์จริงๆ”
ประโยคที่ดูเหมือนเป็นเพียงความโหยหาพื้นที่ศิลปะในอดีต แท้จริงแล้วคือ “ผลงานเก่า” ของตัวละครเอก ข้อความที่เธอเคยสลักไว้เมื่อหลายปีก่อน เคยกลายเป็นไวรัลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะถูกกลืนหายไปพร้อมกับเวลา เช่นเดียวกับโพสต์มากมายที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหมายกับเรา แต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่แทบไม่มีใครจดจำ
เรื่องสั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้เพียงตั้งคำถามว่าโซเชียลมีเดียเปลี่ยนพื้นที่ของศิลปะและชีวิตเราไปอย่างไร แต่ยังชวนมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง เพราะแม้จะอยากหนีออกจากหอศิลป์แห่งนี้เพียงใด ตัวละครเอกก็ยังกลับเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับเราที่อาจพร่ำบ่นว่าโซเชียลมีเดียทำให้เหนื่อยล้า แต่สุดท้ายก็ยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดรีเฟรชหน้าฟีดในเช้าวันถัดไป
หอศิลป์ชีวิต 24/7
ประตูสีฟ้าสดใสเปิดกว้างต้อนรับคุณเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ คุณย่างเท้าก้าวแตะพื้นห้องโถงใหญ่ไร้อาณาเขต เดินปะปนกับฝูงชนไร้ใบหน้าไปตามทางปูพรมแดงยาวลดเลี้ยวเคี้ยวคด รายล้อมด้วยงานศิลป์ของผู้สร้างสรรค์จากทุกสารทิศ เริ่มจากละแวกใกล้เคียงที่คุณคุ้นเคย ไปจนถึงอีกซีกหนึ่งของเขตประเทศ หอศิลป์ชีวิตแห่งนี้เปิดต้อนรับคุณตลอดเวลา สามารถเข้าเยี่ยมชมทุกสิ่งภายในนี้ได้ตราบเท่าที่ใจปรารถนา
คุณเมินเฉยผลงานศิลปะอันดาษดื่นไร้เรื่องราวดึงดูด อย่างภาพดอกบัวกลีบชมพูบานเบ่งกลางเฟรม สลักถ้อยคำสวัสดีวันอังคาร ขอให้สุขสดชื่นแจ่มใส สาวเท้าเดินผ่านด้วยความเร็วจนแทบวิ่ง เมื่อเห็นผลงานของหลวงปัญญาประดิษฐ์ อย่างเด็กชายสองคนใบหน้าบล็อกเดียวกัน ช่วยกันจัดตะกร้าหวายหลายสิบใบวางเรียงซ้อนเท่ากันทุกองศา งดงามไร้ที่ติ หรือแมวแล่เนื้อหั่นแครอทซอยต้นหอมโยนลงหม้อซุปเดือดปุดๆ
หลังจากหลบหลีกมาพักใหญ่ ก็พาตัวเองมาหยุดตรงภาพแขวนเหนือหัวของสาวหุ่นสะโอดสะองในชุดบิกินี่เว้าลึก บิดกายยั่วยวนอยู่กลางหาดทรายขาวสะอาด สยายผมแดงเพลิงท้าทายแดดร้อนระอุลามเลียทั่วเรือนร่างสีน้ำผึ้งนวลเนียน ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดและดวงตาโตคมกริบสะกดคุณให้จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา เช่นเดียวกับบรรดาผู้ชมพากันยืนมุงดูอยู่เบื้องล่างจนแน่นขนัด
สวย / ปัง / เริ่ด / ตัวมัมตัวแม่ / เซ็กซี่ และสารพัดถ้อยคำชื่นชมลอยปะปนกับนิ้วโป้งและหัวใจ จนแทบจะกลบใบหน้าโกรธเกรี้ยวที่มีอยู่น้อยนิด และถ้อยคำตำหนิเจ้าของภาพ หมดราคาแล้วอีหนู… โชว์ขนาดนี้แก้ผ้าเลยมั้ย… ก่อนจะถูกปะทะด้วยถ้อยคำตอบโต้ ไปทะเลไม่ใส่บิกินี่ จะให้ใส่นุ่งขาวห่มขาวรึป้า… ผู้คนไร้หน้าพากันกระแทกแดกดันไปมา สาวสวยเจ้าของภาพยืนดูสงครามน้ำลายอันมีชนวนเหตุจากตัวเองด้วยอาการนิ่งสงบ แต่คุณสัมผัสได้ว่าภายในใจของเธอคงร้อนรน อยากกระโดดลงไปร่วมวงด้วยเป็นแน่แท้
คุณเริ่มถอยฉากออกมา มีใครบางคนตามติดคุณมาด้วย สอดส่ายสายตาหาทางออกจากห้องแสดงผลงานสุดวาบหวิว ทว่าคุณกลับตกอยู่ในวงล้อมของงานศิลปะเรือนร่างเปล่าเปลือยทั้งชายและหญิง ทำเอาคุณเคลิบเคลิ้มวนเวียนอยู่ในห้องอยู่นานสองนานอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เสียงแหลมแว้ดสลับเสียงนุ่มทุ้มดังแว่วมาแต่ไกล เบี่ยงเบนความสนใจของคุณจากเนินนมเหนือสัดส่วนเว้าโค้งและมัดกล้ามลูกแล้วลูกเล่า ไปสู่พื้นที่แสดงผลงานรูปแบบใหม่อย่างไม่รอช้า คุณปรายตามองเห็นเด็กดึงทิชชูจนปลิวว่อน ปัดแก้วน้ำตกแตกกระจาย เลื่อนเก้าอี้ชนสาวเสิร์ฟจนหน้าคะมำ ขณะที่เจ้าของเสียงแหลมแว้ดหน้าละอ่อนนั้นยังพูดถึงซูชิแซลมอนคำโตอย่างไม่แยแสสิ่งรอบตัว
ฝูงคนคลาคล่ำอยู่บริเวณหนึ่งในโถงไร้อาณาเขต ตอนแรกคุณเข้าใจว่าคงเป็นผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง แต่เมื่อคุณสังเกตอย่างละเอียด บริเวณนั้นไม่ได้มีผลงานใดจัดแสดง หากอัดแน่นด้วยมวลดอกไม้ก่อตัวขึ้นเป็นเพิงร้าน ตัวอักษรบนป้ายแอลอีดีหน้าร้านวิ่งวนเป็นจังหวะพร้อมส่งเสียงราบเรียบเว้นช่องว่างตามถ้อยคำ
“มิส ฟลาวเวอร์ ภูมิใจ นำเสนอ เซต มาลัย กระเช้า ดอกไม้ ขายดี ที่สุด ใน ฤดู ข่าว ฉาว”
จะให้ซื้อไปทำอะไรกัน คุณครุ่นคิดกับตัวเองขณะมองหน้าร้าน ฝูงชนเดินผ่านไปมาอย่างไม่แยแส บางคนทำท่าป้องปากหัวเราะเยาะ พลันมีบุคคลไร้หน้าทำท่าลุกลี้ลุกลน เข้าไปหยิบดอกไม้กระเช้าใหญ่ที่สุดของร้าน ล้วงเอาธนบัตรขาวซีดออกมาจ่ายให้คนขาย แล้วก็เดินสวนกลับไปในทิศทางที่คุณเพิ่งเดินจากมา
ปริศนามิสฟลาวเวอร์นั้นยังตามติดทุกฝีก้าวของคุณ แต่ผลงานศิลปะอันจรรโลงใจตามรายทางลบเลือนกลิ่นดอกไม้ให้จางหายไปจากความคิด คุณสะดุดตากับภาพสายรุ้งแรขอบฟ้า ทอดยาวลงไปถึงทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดใส ผุดขึ้นอยู่ท่ามกลางน้ำครำอันเป็นที่ตั้งของชุมชนแออัด องค์ประกอบภาพผิดฝาผิดตัวถูกเฉลยด้วยคำบรรยายภาพว่า ฟ้าหลังฝนบนพื้นที่เคยสูงตระหง่าน
“สวยนะ แต่แคปชั่นคืออิหยังวะ” คุณพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ดวงตาเสพความงดงามของทุ่งลาเวนเดอร์ จุดเด่นของภาพเหมือนส่งกลิ่นหอมออกมาด้วย สีหม่นของชุมชนแออัดอันเป็นฉากหลังเกือบถูกกลืนหาย ทว่ารูจมูกกลับสูดเอากลิ่นน้ำเหม็นเน่าเข้าเต็มปอด
คุณยกมืออุดจมูก ผงะถอยห่างจากภาพพอสมควร เปิดทางให้คนอื่นขยับเข้าใกล้ คนหนึ่งยกมือลูบไล้ส่วนที่เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ อีกคนหนึ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ไม่มีใครสำลักกลิ่นน้ำเน่าเหมือนกับคุณเลยสักคน
หรือนี่คือความหมายที่แท้จริงของพื้นที่เคยสูงตระหง่านในภาพ…
สองเท้านำพาคุณถอยห่างจากบรรดาผลงานศิลปะอันจัญไร เอ๊ย จรรโลงใจ ปุยเมฆขาวลอยละล่องเชื่อมต่อเข้ากับทุกภาพตลอดเส้นทาง จนสิ้นสุดลง ณ ภาพหลังหน้าต่างวงรี กระจกใสเผยให้เห็นปีกข้างหนึ่งของนกเหล็กยักษ์คลอเคลียทะเลหมอกเมฆเหนือน่านฟ้า เกือบเป็นผลงานสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่มีมือชูนิ้วกลางขึ้นใกล้กับลายดอกพิกุลทองบนปีกนก
“ฟักกิ้งพิกุลทองแอร์ไลน์ไร้จิตบริการ” คำบรรยายสั้น ๆ ไร้ประโยคหัวท้ายขยายใจความสำคัญ ทำให้คุณครุ่นคิดถึงความเชื่อมโยงอยู่พักใหญ่ กลุ่มผู้คนไร้หน้าสบถด่าสายการบินตามอย่างสนุกปาก ทั้งที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จนกระทั่งใครสักคนร้องเรียกให้ไปยังภาพถัดไปไม่ไกลนัก คุณยกมือโบกหยอยๆ อำลามือชูนิ้วกลางอันแน่นิ่งไม่ไหวติง
ผู้คนทยอยเข้ามาสมทบหน้าผลงานชิ้นถัดไปจนแน่นขนัด ศิลปินนำเสนอภาพเคลื่อนไหวภายในเครื่องบินตกแต่งลายดอกพิกุลทอง ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศพวยพุ่งทั่วห้องโดยสาร หญิงวัยกลางคนผมซอยสั้นสวมชุดสูทดำขาวดูทันสมัยลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องขวางทางเดิน ก่อนจะชี้นิ้วสั่งพนักงานต้อนรับให้ยกขึ้นเก็บบนช่องเหนือหัว สาวร่างเล็กสวมเครื่องแบบเสื้อแขนกระบอกสีน้ำตาลทองปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ชนวนสงครามในห้องโดยสารปะทุขึ้น กระเป๋าตัวต้นเรื่องยังขวางทางสัญจรอย่างไม่รู้สึกรู้สา ลงเอยที่สจ๊วตหนุ่มกล้ามโตมายกกระเป๋าใบนั้นยัดเข้าช่องเก็บเหนือหัวอย่างทุลักทุเล กว่านกเหล็กจะเหินฟ้าก็ช้ากว่ากำหนดการไปสิบห้านาที ภาพเคลื่อนไหววุ่นวายมืดลง เปลี่ยนเป็นภาพสาวในเครื่องแบบคนเดิม รอยเล็บถากบนแก้มเปื้อนบนใบหน้ายิ้มแย้มตรงเข้ามาหาป้าชุดสูท หากได้รับนิ้วกลางงัดใส่หน้าอย่างจังเป็นการตอบแทน
คุณเห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวลอยขึ้นจากฝูงชนไร้ใบหน้าราวกับฟองอากาศใส กระแทกเข้ากับภาพนิ่งจนแตกดังโพล้ะ สลับเสียงก่นด่าเซ็งแซ่ ฟักกิ้งอีป้ากระเป๋าใหญ่ / ยังไม่สำนึก ใหญ่มาจากไหน / แบกขึ้นเครื่องได้ก็แบกขึ้นเก็บเองได้สิ / ว่าแอร์ไร้จิตบริการ เค้าไม่ได้มีหน้าที่ยกกระเป๋ามั้ย ถ้าแอร์ยกกระเป๋าแบบนี้ให้ผู้โดยสารทั้งลำ หลังหักแน่แม่เอ๋ย
สายตาของคุณสอดส่องหานิ้วกลาง เหมือนใบหน้าโกรธเกรี้ยวดูอ่อนโยนเกินไปสำหรับผลงานศิลปะสองชิ้นล่าสุดนี้ ทว่ามีเพียงนิ้วโป้งยกขึ้นเท่านั้น คุณบิดนิ้วโป้งคว่ำลงก่อนโยนขึ้นไปสมทบอย่างไม่สะทกสะท้าน
สองหูสดับเสียงเพลงโฆษณากระเช้าดอกไม้ร้านมิสฟลาวเวอร์แว่วลอยอยู่ท่ามกลางเสียงอื้ออึ้ง
เสมือนเข็มนาฬิกาหยุดเดินในพื้นที่หอศิลป์ ผู้คนไร้ใบหน้าไม่มีที่ท่าจะบางตา มีแต่จะเพิ่มจำนวนจนอุ่นหนาฝาคั่ง เข้าชมผลงานนั้นผลงานนี้อย่างต่อเนื่อง พากันกระทบหัวไหล่คนแปลกหน้าเป็นว่าเล่น หัวใจของคุณเต้นแรงยามได้เสพผลงานของคนอื่น ทว่าสมองและสองขาเริ่มอ่อนล้าจากสารพัดเรื่องราวในผลงานเหล่านั้น
พลันก็มีเสียงประกาศตามสายจากลำโพงล่องหนเหมือนได้ยินเสียงในหัวของคุณ “สำหรับใครก็ตามที่เยี่ยมชมผลงานในหอศิลป์จนเหนื่อยล้า เรามีพื้นที่ส่วนตัวให้คุณได้พักกายใจ หรือสนใจอยากจัดแสดงผลงานของตนเองก็ได้เช่นกัน ติดต่อรับกุญแจเข้าห้องได้ที่…”
หลังจากได้รับกุญแจพื้นที่ส่วนตัวแล้ว คุณก็ลากสังขารอันอ่อนล้าจากการเสพผลงานโดยไม่หยุดพักตรงดิ่งไปยังห้องนั้น คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นป้ายชื่อของคุณปรากฏบนประตูทึบรออยู่ก่อนแล้ว
ประตูทึบค่อยๆ ปิดตัวลงอย่างช้าๆ ทิ้งคุณอยู่อย่างเดียวดายภายในห้องอันเงียบสงบ ตัดขาดจากโลกงานศิลปะชีวิตอันแสนวุ่นวาย เหยียดแขนขาเอนกายลงบนฟูกนอนนุ่ม ๆ เปลือกตาหรี่ลงเตรียมหยั่งสู่นิทรา แต่แล้วคุณก็สะดุ้งสุดแรง เมื่อได้ยินเสียงกุกกักดังจากผนังฝั่งปลายเท้า คุณสำรวจผนังห้องอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าวัสดุบุผนังเป็นรูพรุนเล็ก ๆ สามารถมองลอดเห็นความเคลื่อนไหวหลังกำแพง
บุคคลที่อยู่หลังกำแพงกำลังแกะอะไรบางอย่างออกจากผนังห้อง เหมือนเคยเห็นสองมือนี้จากสักมุมในหอศิลป์ ใช่แล้ว ภาพนิ้วมือเรียวงามวางบนพวงมาลัยของรถปอร์เช่ พร้อมคำบรรยายภาพ ผลพวงของน้ำพักน้ำแรง สองตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นภาพสาวเจ้าของห้องยกมือไหว้ปลกๆ ให้กับบุคคลปริศนาซึ่งถูกรอยเท้าประทับเข้าเต็มหน้า อีกภาพหนึ่งเป็นสลิปหลักฐานการโอนเงิน คุณอ่านคำบรรยายภาพนั้นในใจ หน้าไม่อาย ยืมเงินกูแล้วเชิดหนีหน้าด้านๆ
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผล จมูกก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นดอกไม้อันคุ้นเคยโชยแทรกซึมเข้ามาตามรูพรุนผนังห้อง คุณออกตามหาต้นตอของกลิ่น ก่อนจะพบว่ามาจากผนังอีกฝั่งหนึ่ง คุณมองลอดทะลุช่องเล็กๆ เห็นกระเช้าดอกไม้วางกองสุมจนแทบไม่มีที่เดิน
“มิสฟลาวเวอร์ อีดอก เต็มห้องกูแล้ว แบ่งไปมั้ย เผื่อได้ใช้”
คุณชะงักเมื่อเห็นดวงตาอีกคู่จ้องมองผ่านรูเดียวกัน ผงะถอยหนีจากผนังห้อง ทิ้งตัวลงบนฟูกด้วยท่าทีที่อ่อนแรงกว่าเดิม ก่อนจะพบว่ามันแปรสภาพนุ่มนิ่มเป็นแข็งกระด้าง ความอุ่นสบายกลายเป็นร้อนรุ่มราวกับล้มตัวลงนอนบนถ่านไฟ มิอาจเอนร่างฝากฝังนิทราลงได้อีก ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นในใจ อิริยาบถตอนหลับใหลของคุณอาจกลายเป็นที่จับตาจากผู้คนห้องติดกัน
“ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กัน แผลนิดเดียวไม่เป็นไรค่ะแม่ ๆ โชคดีที่มีคอนซีลเลอร์ตัวนี้ เนื้อดีเทียบเท่าแบรนด์ดังในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง ปกปิดทุกรอยแผล ยกเว้นรอยบาป ใครทำอะไรไว้ ระวังกรรมตามทันนะจ๊ะ อีแก่ คิคิ… อุ๊ย ๆ มือลั่น ๆ ลบก่อน ๆ แคปชั่นเอาถึงแค่ …ทุกรอยแผล พอ”
เสียงนั้นแว่วมาจากห้องไหนสักห้อง ภาพเหตุการณ์บนฟ้าเหนือระดับความสูงสามหมื่นฟุตฉายย้อนกลับเข้ามาในหัว คุณคุ้นเคยกับเจ้าของเสียงนี้เป็นอย่างดี ไม่ต้องส่องดูหลังผนังก็รู้ว่าเป็นใคร รอยเล็บถากบนใบหน้าได้รับการเยียวยาด้วยกำลังใจอย่างล้นหลาม และกำไรจากสินค้าไร้แบรนด์ต้นทุนต่ำแฝงที่แอบขายไปกับผลงานศิลปะ
คุณมองไปรอบ ๆ ห้องตัวเอง ผนังสี่ด้านว่างเปล่าสะท้อนสารรูปไร้ตัวตนของคุณฉายชัด จนไม่ต้องใช้คำบรรยายใด ๆ แว่วเสียงหัวเราะดังมาจากทุกสารทิศ ทั้งที่คนเหล่านั้นอาจกำลังสนุกกับชีวิตตนเอง ทว่ามันเหมือนส่งแรงเสียดสีมาถึงคุณ จิตใต้สำนึกถูกสารพัดสิ่งกระหน่ำโบยตี ทั้งเอือมระอากับแนวคิดบิดเบี้ยวจากผลงานคนอื่น อ่อนล้าจากการเสพเรื่องราวมากมายจนสมองหนักอึ้ง ก่อนกระทืบซ้ำด้วยความอับอายที่ไม่มีผลงานของตนเองประดับในหอศิลป์
แรงกดดันมหาศาลส่งถึงแข้งขาที่อ่อนแรงให้กลับมามีกำลังถีบประตูสุดแรง พอกันทีพื้นที่ส่วนตัวที่สอดส่องกันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง คุณกลับออกไปยังโถงจัดแสดงงานในหอศิลป์ ฝูงชนมากมายยังคงสนุกสนานกับการเยี่ยมชมผลงานไม่มีเปลี่ยน
ประตูทางออกหอศิลป์ที่ผ่านสายตาในระหว่างทาง หายวับไปราวกับจงใจไม่ให้คุณได้ใช้ในยามต้องการ ครั้นจะออกตรงทางเข้าเดิม พรมแดงก็ปูลาดนำพาคุณมาไกลเกินกว่าจะเดินย้อนกลับไปได้ นาทีนี้คุณไม่แม้แต่จะปรายตามองผลงานใดๆ ในโถง มุ่งความสนใจอยู่กับการหาทางออกในตำแหน่งที่ไม่เคยจดจำ ไม่ว่าจะมาเยือนครั้งใดก็ตาม
ในที่สุดคุณก็พบมันอยู่ตลอดเส้นทางที่คุณผ่าน ประตูทางออกตั้งโด่เด่ไร้กำแพงยึดโหวกเหวกโวยวายในจิตใต้สำนึกว่า มันไม่ได้หายไป หากหลบเร้นอยู่ในซอกหลืบของกลีบสมอง เปิดโอกาสให้คุณดื่มด่ำกับผลงานชิ้นเอกของศิลปินอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่คุณเอียนกับรสชาติงานศิลปะทั้งหลายแหล่นั่นแล้ว เมื่อนั้นประตูทางออกจะปรากฏตัว นำพาคุณออกไปจากหอศิลป์ชีวิตแห่งนี้เสียที เอาล่ะ คุณพร้อมหรือยัง เสียงนั้นถามย้ำ
คุณพยักหน้า ก้าวเดินไปยังประตูที่เงียบเสียงลง หากขยับเปิดแง้มอย่างช้า ๆ กลิ่นความจริงของโลกภายนอกลอยสวนเข้ามา ไม่ได้หอมกรุ่นเย้ายวนเหมือนในหอศิลป์ ทว่าคุณกลับโหยหากลิ่นธรรมดาอันปราศจากการปรุงแต่งแบบนี้เป็นที่สุด
ทันใดนั้น มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งแทรกตัวมาขวางช่องว่างระหว่างประตู คุณชะงักเท้าข้างที่กำลังจะก้าว เสียงเล็ดลอดออกมาจากหน้ากากไร้ปาก กดรีโมตฉายภาพจากจอไร้ขอบที่อยู่เหนือประตูทางออก
“รถทัวร์มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลูกเทวดา ดอกไม้จากร้านมิสฟลาวเวอร์แทบขาดตลาด”
คุณเห็นภาพบนจอกลายเป็นรถทัวร์มุ่งหน้าออกจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังอักษรย่อเอ ไปตามเส้นทางบนถนน ผู้คนยื่นหัวไร้หน้าส่งเสียงอย่างบ้าคลั่ง ระหว่างทางมีการพักรถเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกทัวร์ลงไปขุดดิน เอาภาพคู่รักวัยรุ่นและลูกของพวกเขาออกมาแขวนประจานตามสถานที่ต่าง ๆ คุณไม่ทันได้ดูถึงตอนพวกเขาไปถึงหมู่บ้านลูกเทวดา เพราะเจ้าหน้าที่กดเปลี่ยนภาพเสียก่อน
ภาพบนจอกลับไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นเอ กลิ่นปลาดิบถูกกลบด้วยกลิ่นดอกไม้จากร้านมิสฟลาวเวอร์ จากคู่รักวัยรุ่น คราวนี้รถทัวร์ทั้งหลายจอดนิ่งสนิท คนบนรถลงมาตามหาดอกไม้จากร้านมิสฟลาวเวอร์กันให้วุ่น
“สาวใหญ่เจ้าของกระเป๋าใบเขื่องขอโทษลูกเรือและสายการบินพิกุลทองแอร์ไลน์แล้ว”
แอร์โฮสเตสสาวมาพร้อมกับใบหน้าที่ปราศจากรอยเล็บ คอนซีลเลอร์โนเนมในร้านค้าออนไลน์ปกปิดได้เนียนกริบ เธอรับกระเช้าดอกไม้พร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่หญิงวัยกลางคนดูท่าทางอิดโรย เล่าว่าตนเองต้องรับมือกับเสียงรถทัวร์และฝูงชนผู้มาเยือนตลอดเวลาจนไม่ได้หลับได้นอน ตอนนี้เธอจัดการเรื่องของสายการบินจบแล้ว หากรถทัวร์ยังจอดอยู่หน้าบ้าน เธอไม่ขอรับกระเช้าดอกไม้ใดๆ แต่ขอเป็นเงินสด
ภาพบนจอจบลงแล้ว คุณยักไหล่ให้ทุกผลงานอย่างไม่ยี่หระ ยืนยันที่จะก้าวออกจากประตู เจ้าหน้าที่ ไม่ได้หาอะไรมารั้งคุณอีกแล้ว นอกเสียจากให้คุณดึงผ้าคลุมอะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้ประตูทางออกเสียก่อน
ทันทีที่ผ้าคลุมถูกกระชากออก สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คุณตะลึงพรึงเพริด แผ่นไม้สลักอักษรโย้เย้จากฝีมือคุณเมื่อหลายปีก่อน ข้อความว่า ‘คิดถึงหอศิลป์ที่เป็นหอศิลป์จริง ๆ’ ไม่รู้อะไรดลใจให้คุณรังสรรค์ประโยคนี้ลงบนแผ่นไม้ กลายเป็นไวรัลในยุคหนึ่ง คุณปลาบปลื้มกับกระแสเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกกาลเวลากลืนหายไป ถ้าหอศิลป์ชีวิตไม่นำมันมาแสดงต่อหน้าคุณวันนี้ คงถูกลบจากความทรงจำไปแล้ว
“คุณจัดแสดงผลงานนี้ในหอศิลป์ของเราได้นะ” เจ้าหน้าที่ยื่นข้อเสนอ “เป็นผลงานประเภทระลึกความทรงจำ ถึงคุณจะออกจากหอศิลป์ไปแล้ว ก็กลับเข้ามาดูผลงานใหม่ได้ กุญแจห้องนั้น เรามอบให้คุณเป็นการถาวร มันเป็นของคุณแล้ว เราจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปที่กุญแจของคุณถึงฟีดแบคของงานเสมอ ไม่ต้องห่วง”
คุณตัดสินใจรับข้อเสนอ มองดูบรรยากาศภายในหอศิลป์อันไร้ขอบเขตเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่นำผลงานแผ่นไม้สลักอักษร ไปจัดแสดงที่มุมว่างเปล่าบริเวณหนึ่ง กลิ่นดอกไม้จากร้านมิสฟลาวเวอร์ยังคงตามมาหลอกหลอน คุณหายใจแรง ๆ เอากลิ่นนั้นออกจากจมูก หันกลับไปยังประตูเปิดอ้า ก้าวเท้าย่างสู่โลกภายนอก
เวลาบนจอมือถือย่างเข้าสู่วันใหม่โดยไม่รู้ตัว คุณพบว่าตัวเองกำลังนั่งจ้องหอศิลป์บนหน้าจอสี่เหลี่ยม แสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนเข้าดวงตา รู้สึกปวดตุบๆ บริเวณหัวลามไปถึงกระบอกตาเหมือนถูกคีบยักษ์บีบ จึงคว่หน้าจอมือถือซุกใต้หมอนเปื้อนคราบน้ำลายเป็นด่างดวง แล้วคว้ากระปุกยาแก้ปวดข้างเตียง ส่งเม็ดสีขาวกลมเข้าปาก คว้าขวดกระดกน้ำใสตามลงไป จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนตะแคง ซบหมอนสูดดมกลิ่นเหม็นอับผสมน้ำลาย ฟังแอร์ส่งเสียงครางครืด ๆ พ่นลมปราศจากความเย็น
ยาออกฤทธิ์ทำเอาคุณเคลิบเคลิ้ม หัวหนักอึ้งเริ่มผ่อนคลาย เปลือกตาหรี่ลงอย่างช้า ๆ ไอเย็นที่คุณโหยหาเมื่อครู่ถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ เสียงเครื่องเริ่มเบาลงจนทิ้งให้ห้องตกอยู่ในความเงียบ พลันเสียงกุญแจกระทบกันดังกริ๊งๆ คุณจำได้ว่านี่คือเสียงแจ้งเตือนที่ทางหอศิลป์แจ้งไว้ คุณยันตัวขึ้น พาตัวเองกลับเข้าสู่หอศิลป์ชีวิต รอจนประตูสีฟ้าสดใสเปิดกว้างต้อนรับคุณอีกครั้ง จากนั้นคุณก็ย่างเท้าก้าวแตะพื้นห้องโถงใหญ่ไร้อาณาเขต
คิดถึงหอศิลป์ที่เป็นหอศิลป์จริงๆ คุณพึมพำในขณะที่ตรงดิ่งไปยังพื้นที่จัดแสดงผลงานของคุณ เมื่อเห็นฝูงชนไร้หน้าเบียดเสียดเข้ามาดูผลงานอย่างแน่นขนัดจนเบียดผลงานชิ้นอื่นตกขอบ คุณกลับมายิ้มกว้างได้อีกครั้งในรอบปี แม้เป็นรอยยิ้มแห้งผากเหมือนเลือดบนริมฝีปากถูกดูดจนเหือดหายก็ตาม






No Comment! Be the first one.