เกริ่น
ทุกคนมักจะมีสไตล์การแต่งตัวที่ไม่เหมือนกัน แต่เราก็มักจะเห็นว่าจะมีกลุ่มๆ หนึ่งที่จะแต่งตัวสวนกระแส เดินไปที่ไหนก็มีแต่คนมองว่า “ไอบ้านี่แต่งตัวอะไรของมัน” ทีนี้ในโลกปัจจุบันกระแสทุกอย่างไปมาเร็วขึ้น อยู่ๆการแต่งตัวแบบ Alternative Fashion ก็เป็นที่นิยมขึ้นมา ผู้คนเริ่มที่จะแต่งตัวรูปแบบ Alt กันมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามที่ว่า Alternative Fashion กำลังกลายเป็น Fast Fashion หรือเปล่า?
Table Of Content
ทำความรู้จัก Fast Fashion vs Alternative Fashion
Fast Fashion คือรูปแบบการผลิต จำหน่ายเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็วและต้นทุนต่ำ โดยแบรนด์จะเร่งนำเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมจากรันเวย์ โซเชียลมีเดีย หรือคนดัง มาผลิตเป็นเสื้อผ้าจำนวนมาก แล้ววางขายภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้บ่อยในราคาถูก อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้มักแลกมาด้วยคุณภาพของสินค้าที่ต่ำ ทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้น นอกจากนี้อุตสาหกรรม Fast Fashion ยังขึ้นชื่อเรื่องปัญหาการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเกินความจำเป็นและทำให้การเกิดขยะสิ่งทอจำนวนมาก
Alternative fashion หรือเรียกสั้นๆ ตามภาษาชาวบ้านว่า “การแต่งตัวแนว alt” หรือ “alt fashion” คือแนวการแต่งตัวที่ตั้งใจที่จะแตกต่างจากกระแสหลัก (mainstream) โดยแนวการแต่งตัวนี้มักใช้สะท้อนถึงตัวตน อัตลักษณ์ และทัศนคติต่อสังคมและวัฒนธรรม โดยแฟชั่น Alternative นั้นเป็นการเรียกรวมๆ ของ Sub-culture ต่างๆ เช่น Punk, Goth, Emo, Lolita ฯลฯ เป็นต้น
Alternative Fashion นั้นถือว่ายืนอยู่ตรงข้ามกับ Fast Fashion เพราะไม่ได้ยึดตามเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน แค่ให้ความสำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นปัจเจกมากกว่า โดยทั่วไปแล้วผู้คนที่อยู่ในวง Alternative Fashion มักมีความเชื่อหรือความคิดที่เป็นขบถต่อสังคม ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานต่อสังคม เช่น แฟชั่น จากประเทศญี่ปุ่น โดยแฟชั่นนี้จะเป็นการต่อต้าน Beauty Standard ของสังคมญี่ปุ่น โดยจะเน้นทำผิวแทน แต่งหน้าจัด ย้อมผม ซึ่งตรงข้ามกับ Beauty Standard ของญี่ปุ่นที่เน้นผิวขาว เรียบร้อย เป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เห็นว่า Alternative Fashion ไม่ได้เป็นแค่สไตล์การแต่งตัว แต่ยังเป็นรูปแบบการแสดงออกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ส่วนบุคคล
เมื่อแฟชั่นขบถกลายเป็นสินค้ากระแสหลัก
ถ้า Alt แฟชั้นกลายมาเป็น Fast Fashion จะเกิดอะไรขึ้น? ตอนนี้เราลองเปิด Instagram หรือ TikTok หรือโซเชี่ยลมีเดียอะไรก็ตามแต่ ก็จะพบว่า Alternative Fashion ในตอนนี้นั้นกำลังเป็นกระแสอยู่มาก มากถึงขั้นที่ว่าเหล่าบริษัทผลิดเสื้อผ้า Fast Fashion นั้นหันมาผลิตเสื้อผ้าที่มีรูปแบบตรงตามการแต่งตัวแบบ Alternative มากขึ้น โดยเฉพาะ Shein ที่ผลิตเสื้อผ้าแนว Alternative ออกมาจำนวนมาก
ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามที่ว่าหากตอนนี้ Alternative Fashion นั้นกลายเป็น Mainstream แล้ว มันจะยังคงเป็น Alternative Fashion อยู่ไหม? ซึ่งคำตอบของมันก็ซับซ้อนกว่านั้น เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Alt Fashion นั้นกลายเป็นกระแส Mainstream มีหลายครั้งที่ Alternative Fashion เป็นกระแสหลัก แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ชัดมากไปกว่าช่วงยุคที่มีรายการ MTV และร้าน Hot Topic
บทเรียนจากอดีต: ยุคทองของ MTV และ Hot Topic
หากให้พูดถึงครั้งที่กระแสการแต่งตัวแบบ Alternative คงต้องพูดถึงเมื่อยุค 1990 – 2000 ที่กระแสการแต่งตัวแบบ Alternative นั้นเบิกบานไม่ต่างจากยุค 70 หรือ 80 ซึ่งสาเหตุที่มันดังมากขนาดนั้นต้องขอบคุณ MTV ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาที่เน้นฉายมิวสิควิดีโอ หรือรายการดนตรีสด และศิลปินในยุคนั้นที่มีชื่อเสียง แล้วไปออก MTV ก็มักจะเป็นศิลปินที่ดังในเรื่องความ Alternative เช่น Nirvana, Radiohead, Metallica และศิลปินอื่นๆที่เป็นที่นิยม ในตอนนั้น ซึ่งการปรากฎตัวของศิลปินเหล่านี้ส่งผลต่อโลกของแฟชั่น ในแง่ที่ว่า “ในเมื่อไอดอลเราแต่งตัวยังไง เราก็อยากแต่งตาม” Kurt Cobain นักร้องนำแห่งวง Nirvana ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งสไตล์ Grunge ซึ่งก็ทำให้เกิดแฟชั่นแบบ Grunge ขึ้นมาที่เน้นแต่งตัวแบบง่ายๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เหมือนซื้อมาจากตลาดมือสองกับกางเกงยีนส์เท่ๆ ผู้ฟังที่ติดตาม Nirvana ก็ล้วนพากันแต่งตัวตาม Kurt Cobain และสไตล์ Grunge ก็ถือว่าเป็น Alternative Fashion อีกรูปแบบหนึ่ง
และในเมื่อผู้คนหันมาแต่งตัวแนวนี้กันมากขึ้น ก็ต้องมีคนที่ต้องการที่จะทำกำไรจากด้านนี้ ซึ่งนั้นคือการมาถึงของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังในอเมริกาที่มีชื่อว่า Hot Topic ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1989 โดยร้านขายเสื้อผ้าร้านนี้จะเน้นขายแต่เสื้อผ้าสไตล์ Alternative ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนั้น โดยจะเปลี่ยนตาม Sub-culture ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนั้นไปเรื่อยๆ อ่านแล้วผู้อ่านรู้สึกคุ้นๆ ไหม? นั่นก็เพราะ Hot Topic นั้นเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบบ Fast Fashion รูปแบบหนึ่งที่เน้นการผลิตออกมาขายในราคาที่ย่อมเยาในจำนวนเยอะๆ ซึ่งการมีอยู่ของ MTV และ Hot Topic ทำให้เรารู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สไตล์ Alternative Fashion เป็นกระแสหลักที่ดังมากๆ จนทำให้มีร้านออกมาขายเสื้อผ้ารูปแบบนื้ในรูปแบบ Fast Fashion
บทสรุป: เราจะรักษาจิตวิญญาณ Alternative ได้อย่างไร?
ดังนั้นผู้เขียนไม่อยากให้คนผู้อ่านรู้สึกกังวลที่ Alternative Fashion จะกลายเป็น Fast Fashion เพราะมันเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และด้วยโลกของเราที่เดินทางด้วยทุนนิยม ปรากฏการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เว้นแต่ว่าจะไม่มีใครไปอุดหนุนและสนับสนุนร้าน Fast Fashion เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น H&M หรือ Shein ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่ต้องการที่จะแต่งตัวแบบ Alternative จริงๆ เราก็มีคำแนะนำว่าให้เน้นซื้อเสื้อผ้ามือสองแล้วนำมาประกอบเป็นสไตล์ที่เราต้องการ และอย่าลืมที่จะฟังเพลงเพื่อซึมซับวัฒนธรรมของ Sub-Culture นั้นๆ เพราะ Alternative Fashion ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อผ้า แต่มันสื่อถึงอัตลักษณ์และมีความหมายมากกว่านั้น






No Comment! Be the first one.