นรกในมุมมองทุกคนเป็นแบบไหนคะ ?
เมื่อพูดถึง “นรก” เรามักจะนึกถึงภาพการลงทัณฑ์การถูกทรมานของเหล่าผู้ทำบาป ภาพกระทะทองแดงที่ร้อนฉ่า ความน่ากลัวของคนที่ถูกเอาหอกทิ่มแทง บ้างก็โดนอีกาจิกลูกตา บ้างก็โดนอีกาสาวไส้ เป็นภาพแสนสยดสยองและน่ากลัว หาความรื่นรมย์ไม่เจอ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ชาวพุทธทุกคนไม่อยากจะคิดถึง แต่กลับกันนรกในโลกของอนิเมะเรื่อง ขุมนรกสุดป่วนกับปีศาจหน้าตาย (Hozuki’s Coolheadedness) หรืออีกชื่อ “ยุ่งนักหนาเลขาพญายม” อนิเมะแนวแฟนตาซีคอมเมดี้ ที่ถูกพัฒนามาจากมังงะยอดฮิตของ นัตสึมิ เองูจิ (Natsumi Eguchi) ที่เริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Morning ของสำนักพิมพ์ Kodansha ในปี 2011 ก่อนที่จะถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะความยาว 39 ตอน ตั้งแต่ปี 2014 – 2018 ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนรก ผ่านการดำเนินเรื่องของตัวละครหลัก “โฮซุกิ” ปีศาจหน้าตาย ผู้ทำหน้าที่เหมือนเลขาของท่านเอ็มมะหรือราชาแห่งนรกภูมิตามความเชื่อญี่ปุ่น ที่ต้องคอยจัดการเรื่องวุ่นวายแต่ละวันในนรกแห่งนี้
โดยเนื้อเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องผ่านการทำงานอันแสนวุ่นวายของ “โฮซุกิ” ผู้เป็นเลขาของเจ้านรก ส่วนที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ การนำเสนอนรกในรูปแบบคล้ายบริษัท ไม่ได้เน้นไปที่ความน่ากลัวของนรก หากแต่เน้นไปที่ความวุ่นวายภายใต้โลกใต้ดินนี้ ทั้งในด้านระบบการทำงานของเหล่าปีศาจที่ทำหน้าที่ผู้คุมในนรก เทคโนโลยีที่ใช้ในการลงทัณฑ์วิญญาณแต่ละชิ้น รวมถึงประวัติความเป็นมาของตัวละครแต่ละตัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้การที่มีตัวละครเยอะไม่ใช่ปัญหาในการดูแต่กลับยิ่งเพิ่มความสนุกเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังมีการนำตำนานของญี่ปุ่นมาตีความและเล่าเรื่องเพิ่มเติม คล้ายทำเป็นชีวิตหลังความตายของตัวละครพวกนั้น
เช่น เรื่อง “คาชิคาชิยามะ” (Kachi Kachi Yama) ที่เล่าว่า “วันหนึ่งคุณตาได้จับเจ้าทานุกิเจ้าเล่ห์ที่มาขโมยพืชผักในสวนได้ แล้วตั้งใจจะเอาไปให้ยายทำซุป ทานุกิจึงได้อ้อนยายให้ปล่อย พอยายปล่อยก็เอาสากตำข้าวมาฟาดยาย แล้วเอายายมาทำซุปให้ตากิน กระต่ายรักยุติธรรมที่ผ่านมาได้รู้เข้าก็ได้ทำการวางแผนแก้แค้น ทั้งเผาหลังทานุกิ ทั้งเอา “คารามิโสะ” หรือ เต้าเจี้ยวเผ็ด ทาแผลของทานุกิที่ถูกไฟครอก และท้ายที่สุดคือการหลอกให้ทานุกิสร้างเอลจากดินเหนียวแล้วเอาไปลอยน้ำ ปล่อยให้ทานุกิค่อยๆ จมน้ำหายไป” โดยนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ได้ถูกนำมาเป็นเรื่องภูิหลังของตัวละคร “คาราชิ” ที่เป็นกระต่ายสีขาวน่ารักดูไม่มีพิษภัย จนน่าตกใจที่เจ้ากระต่ายได้รับหน้าที่เป็นผู้คุมนรก หากแต่เมื่อเห็นยามที่อีกฝ่ายเจอทานุกิหรือเจอเวลาลงโทษวิญญาณอยู่ละก็ จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รับหน้าที่นี้มา เพราะจากกระต่ายน้อยน่ารักจะกลายเป็นปีศาจกระต่ายสุดโหดทันที ซึ่งกระต่าย “คาราชิ” ตัวนี้ก็คือกระต่ายผู้รักความยุติธรรมในเรื่อง “คาชิคาชิยามะ” นั่นเอง
หรือนิทานพื้นบ้านนสุดโด่งดังเรื่อง “โมโมทาโร่” หรือเด็กชายลูกท้อ ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “เด็กชายผู้เกิดจากผลท้อที่ภายหลังออกเดินทางไปปราบยักษ์พร้อมกับเหล่าสหายสัตว์ทั้ง 3 ตัวได้สำเร็จ” ในอนิเมะเรื่องนี้ได้นำทั้งโมโมทาโร่ และสหายทั้ง 3 มาเล่าต่อในส่วนของตอนที่ทั้งหมดอยู่ในนรก เนื่องจากการกระทำที่ไม่ได้เล่าในนิทานของทั้งกลุ่มเอง ที่มีทั้งการโกหก ความโลภ การฆ่าสัตว์ ที่สอดแทรกเรื่องศาสนาอยู่ในอนิเมะได้อย่างแนบเนียนจนผู้ชมไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ โดยโมโมทาโร่ที่ตกนรกในตอนแรกก็ตั้งใจจะไปจัดการกับโฮซุกิเพราะเห็นว่าเป็นปีศาจ แต่กลับโดนโฮซุกิจัดการซะก่อน จนได้รับหน้าที่ไปเป็นผู้ดูแลลูกท้อในดินแดนสุขาวดี ที่คล้ายกับแผนกหนึ่งของนรก ส่วนสหายสัตว์ทั้ง 3 ตัว ก็ได้รับหน้าที่จากโฮซุกิไปเป็นผู้คุมนรกกันทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นการตีความนิทานพื้นบ้านในมุมมองใหม่ ที่ดูน่าสนใจและดูมีเหตุผลรองรับมากขึ้น จนเราเองก็เผลอได้รับรู้นิทานพื้นบ้านและตำนานเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ยังมีตัวละครน่าสนใจอีกมากมาย เช่น “พีชมากิ” หญิงสาวไอดอลในนรกที่มักจะต้องเข้ามาพัวพันเรื่องวุ่นวายกับผู้คุมนรกเสมอ อีกทั้งยังมีการแสดงให้เห็นถึงชีวิตไอดอลของนรก ที่คล้ายกับการเสียดสีสังคมไอดอลญี่ปุ่น ที่ต้องยอมทำตามคำสั่งจากต้นสังกัดทำให้ไอดอลคล้ายสินค้าชิ้นหนึ่ง ทั้งการพยายามอยู่ในภาพลักษณ์ที่บริษัทสร้างให้ หรือต้องยอมพูดและคิดตามที่บริษัทบอกแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม อีกทั้งยังแอบเสียดสีสังคมของการทำงาน อย่างที่ได้บอกไปว่านรกในอนิเมะเรื่องนี้มีรูปแบบคล้ายบริษัท ดังนั้นการทำงานและสังคมจึงค่อนข้างคล้ายสังคมการทำงานของญี่ปุ่นมาก มีทั้งการที่ทำงานเครียดจนผมร่วง หรือการลาพักร้อน ลาหยุด ที่ไม่สามารถทำได้ง่ายโฮซุกิที่ทำหน้าที่คล้ายเดอะแบกของนรกแห่งนี้ เพราะหากอีกฝ่ายหายไป ปีศาจตนอื่นจะทำงานไม่ได้ จนนรกปั่นป่วนไปหมด
อย่างไรก็ตามยังมีการนำนรกจากความเชื่อแบบยุโรปมาพูดในเรื่องด้วย โดยใช้การไปเยี่ยมชมศึกษาดูงานเพื่อให้ความเชื่อทั้ง 2 ฝั่งได้มาพบเจอกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในตอนที่สนุกมาก เพราะเราจะได้เห็นตัวละครตัวใหม่และความแตกต่างในด้านของความเชื่อเรื่องนรกและวัฒนธรรมจากทั้งฝั่งญี่ปุ่นและฝั่งยุโรป ที่ก่อให้เกิดเรื่องปั่นป่วนมากมายอีกด้วย
จากการนำ “นรก” มาเล่าในมุมมองใหม่ของผู้เขียน ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความกลัว แต่กลับทำให้กลายเป็นเรื่องตลก ที่แฝงความเสียดสี ผสมรวมกับการสอดแทรกวัฒนธรรมของญี่ปุ่นลงไปในเนื้อเรื่องได้อย่างแนบเนียน ทำให้อนิมเะเรื่องนี้กลายเป็นอนิเมะตลก เบาสมอง ที่ดูง่าย นอกจากนี้ยังมีการดำเนินเรื่องที่มีความน่าสนใจอย่างการเอานรกมาทำเป็นเซ็ตติ้งหลักของเรื่อง ผสมกับการเอาวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาเป็นตัวร่วมเล่าที่แฝงการเสียดสีเบาๆ ทำให้เราสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีตัวละครที่มีเอกลักษณ์จดจำง่าย หรือการที่เนื้อเรื่องมักจะจบในตอน ทำให้เราไม่ต้องตั้งสมาธิในการดูมากนักก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่าย จึงไม่แปลกใจที่อนิเมะเรื่องนี้จะกลายเป็นอนิเมะ Safe zone ของใครหลายๆ คน ที่มักจะหยิบมาดูเสมอยามรู้สึกอยากดูอะไรสักอย่าง เรียกได้ว่าเป็นอนิเมะขึ้นหิ้งที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่พึ่งเข้าวงการ และไม่ควรพลาดที่จะเก็บเข้าลิสต์อนิเมะที่ไว้ดูยามว่างสุดๆ